โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

วิกฤตสงคราม..โอกาสตลาดรถ EV

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ตัวเลขยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 37 ประเทศทั่วโลกทำลายสถิติสูงสุดรายเดือนช่วงมีนาคม-เมษายน 2569 หลังราคาน้ำมันสูงขึ้น ผลพวงสงครามตะวันออกกลาง ผลักดันให้ผู้บริโภคหันมาซื้อรถ EV มากขึ้น จากเดิมก่อนหน้านี้ยอดขายรถ EV หลายประเทศเคยลดลง เนื่องจากมาตรการจูงใจการซื้อถูกยกเลิกไป

แต่วิกฤตพลังงานที่เกิดจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้รถ EV กลับมาเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพลวัตการใช้งานรถ EV จากเดิมถูกขับเคลื่อนด้วยกฎระเบียบและเงินอุดหนุน ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาดมากขึ้น

ข้อมูลจาก S&P Global Mobilityหน่วยงานวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและโซลูชั่นเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบุว่า จาก 150 ประเทศ มี 28 ประเทศที่มียอดขายรถ EV รายเดือนสูงสุดช่วงเดือนมีนาคม และอีก 9 ประเทศ ที่มียอด ขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ช่วงเดือนเมษายน

“เกาหลีใต้” ที่พึ่งพาน้ำมันจำนวนมากจากตะวันออกกลาง มียอดขายรถ EV เดือนมีนาคม-เมษายน เพิ่มขึ้น 140% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน จำนวนกว่า 80,000 คัน นอกจากนี้ยังมีอัตราการใช้รถ EV เพิ่มขึ้นเป็น 26%

“ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ยอดขายเพิ่มขึ้น 40% เป็น 90,000 คัน โดยรถ EV ครองส่วนแบ่งการตลาด 16% ของตลาดรถยนต์ในภูมิภาค ขณะที่ยอดขายรถ EV ในสหภาพยุโรป (EU) เพิ่มขึ้น 40% ฟื้นตัวจากภาวะตกต่ำก่อนหน้านี้

แต่ “จีน” มียอดขายลดลง 8% เหลือ 1.33 ล้านคัน เนื่องจากช่วงเดือนมกราคม มีการลดมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับการซื้อรถยนต์ โดยส่วนแบ่งการตลาดของรถ EV เพิ่มขึ้นเป็น 42%

“สหรัฐ” ที่ยกเลิกมาตรการอุดหนุนช่วงเดือนกันยายน 2568 มียอดขาย EV ลดลงอย่างมากถึง 20% ขณะที่ “ญี่ปุ่น”ที่ใช้เงินอุดหนุนเพื่อควบคุมราคาน้ำมันเบนซิน มียอดขายรถ EV เพิ่มขึ้น 50% ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน แม้ยอดขายจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงมาตรการอุดหนุนรถ EV เมื่อเดือนมกราคม แต่ส่วนแบ่งทางการ ตลาดของรถ EV ในญี่ปุ่นยังอยู่ที่ 2% เท่านั้น

แม้ว่าการเติบโตของยอดขายรถ EV ทั่วโลกอยู่ที่เพียง 8% เนื่องจากตลาดขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ และจีน มียอดการเติบโตลดลง แต่อีก 148 ประเทศ กลับมียอดขายรถ EV พุ่งขึ้น 50% และมีอัตราการใช้รถ EV สูงถึง 12%

นอกจากนี้รถ EV มีสัดส่วนยอดขายรถยนต์มือหนึ่งเกิน 10% ใน 38 ประเทศ และเกิน 16% ใน 28 ประเทศ นับเป็นจุดเปลี่ยนสู่การใช้งานรถ EVอย่างแพร่หลายมากขึ้น

องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า การตอบสนองต่อวิกฤตพลังงานครั้งนี้ จะกำหนดทิศทางตลาดรถยนต์ทั่วโลกต่อไปอีกหลายปีข้างหน้า

วิกฤตการณ์น้ำมันช่วงทศวรรษ 1970 ทำให้ตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ซบเซาลง และรถขนาดเล็กที่ประหยัดน้ำมันกว่าของญี่ปุ่น ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ขณะที่สงครามอิหร่าน ปัจจุบันอาจส่งผลกระทบต่อรถ EV ในลักษณะเดียวกัน แม้กระทั่งเมื่อความตึงเครียดจบลงก็ตาม เนื่องจากผู้บริโภคได้ซื้อและสัมผัสถึงข้อดีของรถ EV มากขึ้น

ขณะนี้ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน กำลังขยายการดำเนินงานไปทั่วโลก ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถ EV ตามข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมของจีน ระบุว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา จีนมีการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 900,000 คัน โดยหมวดหมู่ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่รวมถึงรถ EV และปลั๊ก-อินไฮบริด มีการส่งออกเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า เป็น 430,000 คัน หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งหมด

ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า ปี 2568 รถ EV และปลั๊ก-อินไฮบริด ที่จำหน่ายในตลาดนอกสหรัฐฯ ยุโรปและจีน สัดส่วน55% เป็นการนำเข้ามาจากจีน และเอเชียตะวันออกฉียงใต้ ที่พึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางอย่างมาก

ล่าสุดรถ EV ราคาถูกจากจีน เริ่มแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากรถยนต์ญี่ปุ่นแล้ว.!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...