“เงินบาท”อ่อนค่าสุดรอบ 13 เดือน สัปดาห์นี้ ซื้อขาย 33.20-33.70บาท
วันนี้ ( 29 มิ.ย.2569) กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.70 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.38 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.88-33.47 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ
ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจยังคงสนับสนุนมุมมองของตลาดว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯจะอยู่ที่ระดับสูงเป็นระยะเวลานาน โดยเงินเฟ้อ PCE พื้นฐานเร่งขึ้นเป็น 3.4% สอดคล้องกับที่ตลาดคาด และในภาพรวมมีแนวโน้มจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ยังคงท่าทีระมัดระวังต่อไป ขณะที่ผู้ร่วมตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยช่วงต้นไตรมาส 4/2569
อย่างไรก็ตาม แม้จีดีพีไตรมาส 1 ของสหรัฐฯที่ถูกทบทวนใหม่แข็งแกร่งเกินคาด แต่รายละเอียดแสดงถึงการใช้จ่ายบริโภคชะลอตัว นอกจากนี้ ประธานเฟดสาขานิวยอร์กระบุว่าจุดยืนนโยบายการเงินอยู่ในระดับเหมาะสม และคาดว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจะคลายตัวลงในระยะถัดไป ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 10,205 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 2,524 ล้านบาท
ภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า จุดสนใจหลักของตลาดการเงินโลกจะอยู่ที่ข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯและราคาน้ำมันดิบ โดยยอมรับว่าความคลุมเครือเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายของเฟดภายใต้ประธาน Warsh ซึ่งไม่ต้องการส่งสัญญาณชี้นำล่วงหน้าทำให้การประเมินทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯเผชิญความท้าทายอย่างมาก ขณะที่ตลาดมองว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้เพื่อดูแลเสถียรภาพด้านราคา ในภาวะเช่นนี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์คาดว่าเงินดอลลาร์จะยังคงได้แรงหนุนจนกว่ามุมมองดังกล่าวของตลาดจะถูกหักล้างด้วยตัวเลขเศรษฐกิจที่บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อเริ่มชะลอลง
สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนจะติดตามรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนพฤษภาคมของไทย ทางด้านคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตรึงดอกเบี้ยด้วยมติเอกฉันท์และเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 เป็น 2.3% จาก 1.5% แต่ระบุว่าการฟื้นตัวยังต่ำและไม่ทั่วถึง นอกจากนี้ กนง.ประเมินว่าเงินเฟ้อทั่วไปอาจสูงทะลุกรอบเป้าหมายในช่วงครึ่งหลังของปีนี้เพียงชั่วคราว กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์มองว่าการคงดอกเบี้ยในรอบนี้สะท้อนการรักษาสมดุลระหว่างการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ความเสี่ยงเงินเฟ้อ และความเปราะบางของบางกลุ่มเศรษฐกิจ โดยคาดว่ากนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ในช่วงที่เหลือของปี 2569 นี้
อย่างไรก็ตามยังคงติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payroll) ในวันที่ 2 ก.ค. สหรัฐฯ จะมีการเผยตัวเลขการจ้างงานซึ่งถือว่าเป็น 1 ตัวชี้วัดสำคัญในการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยล่าสุดในการประชุม FOMC นายเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ได้กล่าวว่า คณะกรรมการประเมินว่าตลาดแรงงานในปัจจุบันมีความมั่นคงสูง เนื่องจากอัตราการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานยังคงเติบโตได้สมดุลและก้าวทันกับจำนวนแรงงานใหม่ที่เข้าสู่ระบบ
ทั้งนี้ อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ยังคงทรงตัวที่ระดับ 4.3% ในเดือน พ.ค. ซึ่งเท่ากับเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงในตลาดแรงงานตามถ้อยแถลงของวอร์ช ในขณะที่ตัวเลข Sahm Rule Recession หรือตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามกฎของซาห์ม ที่ใช้วัดค่าเฉลี่ยอัตราการว่างงานได้ปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน จาก 0.43 หน่วยในเดือน พ.ย.2025 เหลือเพียง 0.10 หน่วย ในเดือน พ.ค. 2026 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน (หากทะลุ 0.35 หน่วยขึ้นไป เสี่ยงเกิด Recession เนื่องจากคนตกงานโดยเฉลี่ยเยอะขึ้น แสดงถึงเศรษฐกิจที่อ่อนแอ)
ประเด็นที่ต้องติดตาม วันที่ 1 ก.ค. นายเควิน วอร์ช มีกำหนดการในงานสัมมนาประจำปี ECB Forum on Central Banking 2026 ที่ เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกสโดยเควิน วอร์ช จะต้องขึ้นเวทีอภิปรายสดร่วมกับผู้นำธนาคารกลางระดับสูงสุดรายอื่น ๆ ได้แก่ นางคริสติน ลาการ์ด (Christine Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) และนายแอนดรูว์ เบลีย์ (Andrew Bailey) ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ภายใต้หัวข้อหลักประจำปีคือ “Shaping Europe’s future: innovation, growth and stability” โดยหากย้อนกลับไปในการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. วอร์ชได้ทำการหักดิบด้วยการสั่งยกเลิกชุดคำสั่งการสื่อสารล่วงหน้า หรือ Forward Guidance ออกจากแถลงการณ์นโยบายการเงินอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่าการชี้นำตลาดมากเกินไปจะทำให้กลไกตลาดการเงินสูญเสียสะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง และส่งผลให้เฟดกลายเป็นผู้ควบคุมกฎที่มองไม่เห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงของตลาด
อ่านข่าว:
Twin Crisis เขย่าตลาดข้าวไทย เอลนีโญฉุดผลผลิต ส่งออกแข่งขันรุนแรง
“บาทแข็ง” ดันข้าวไทยแพงสุดในโลก ผู้ส่งออก ชี้ปีนี้เหลือ 7 ล้านตัน ต่ำสุดรอบ 5 ปี
เปิดแผนดันส่งออกปี 69 พาณิชย์ ตั้งเป้าทำเงิน 1.42 แสนล้าน รับบาทแข็งกระทบ