โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นิติบุคคล ส่งงบปี 69 ทะลุ7 แสน พาณิชย์เตือน 1.8 แสนรายค้างส่ง เสียเครดิต-แบงก์ไม่ปล่อยกู้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 มิถุนายน 2569 เวลา 19.17 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผย นิติบุคคล ยื่นงบปี 69 ทะลุ 7 แสนราย ชู e-Filing เฉียด 100% ตกค้างอีกกว่าสองแสนรายที่ยังไม่ส่งงบตามกำหนด เตือนกลุ่มค้างส่ง 21% เสี่ยงสูญเสียเครดิตความน่าเชื่อถือทางบัญชีทันทีหลังระบบเตรียมโชว์สถานะเตือนต่อสาธารณะ ย้ำโทษปรับคู่ขนานทั้งตัวบริษัทและกรรมการผู้จัดการ หากปล่อยค้างส่งสะสมครบสามปีพร้อมใช้ไม้ตายสั่งถอนทะเบียนเป็นบริษัทร้าง

29 มิถุนายน 2569 - นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยสถิติเชิงลึกเกี่ยวกับการนำส่งงบการเงินประจำปี 2569 ของนิติบุคคลไทย ซึ่งเป็นรอบปีบัญชีสิ้นสุดปี 2568 โดยระบุว่า ฐานข้อมูลงบการเงินเหล่านี้ถือเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงความโปร่งใสและเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทย จากการประมวลผลล่าสุดพบว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลที่มีหน้าที่ต้องยื่นงบการเงินตามกฎหมายรวมทั้งสิ้น 907,151 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าซึ่งมียอดรวมอยู่ที่ 867,911 ราย

หากทำการแยกแยะข้อมูลนิติบุคคลทั้งหมดตามพื้นที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ จะพบว่าเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 319,417 ราย และกระจายตัวอยู่ในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศอีกจำนวน 587,734 ราย โดยในภาพรวมมีนิติบุคคลที่ได้ดำเนินการจัดส่งงบการเงินเข้าสู่ระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้วจำนวน 717,468 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 79 ของนิติบุคคลทั้งหมดที่มีหน้าที่ต้องนำส่ง แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีนิติบุคคลที่ยังไม่ได้นำส่งงบการเงินอีกจำนวน 189,683 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 21

เมื่อเจาะลึกรายละเอียดตามประเภทขององค์กรธุรกิจที่มีการจัดส่งงบการเงินสูงสุด 3 อันดับแรก พบว่ากลุ่มบริษัทจำกัดมีการนำส่งงบการเงินแล้วมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งจำนวน 572,768 ราย ตามมาด้วยกลุ่มห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนจำนวน 140,213 ราย และอันดับที่สามคือกลุ่มบริษัทมหาชนจำกัดจำนวน 1,371 ราย โดยความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่น่าสนใจในรอบปีนี้คือ นิติบุคคลที่ส่งงบการเงินแล้วเกือบทั้งหมด หรือคิดเป็นจำนวน 715,718 ราย ซึ่งเท่ากับร้อยละ 99.8 ของผู้ที่นำส่งแล้ว ตัดสินใจเลือกใช้งานการยื่นงบการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ DBD e-Filing ซึ่งทางกรมฯ คาดการณ์ว่าช่องทางดิจิทัลนี้จะขยับขึ้นไปแตะระดับร้อยละ 100 เต็มในระยะเวลาอันใกล้

“กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอขอบคุณนิติบุคคลทุกรายที่ให้ความร่วมมือในการนำส่งงบการเงินอย่างถูกต้องและตรงเวลา แสดงถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ และขอแจ้งเตือนนิติบุคคล ที่ยังไม่ได้นำส่งงบการเงินอีก 189,683 ราย หรือ 21% ที่เหลือ ให้เร่งดำเนินการนำส่งผ่านระบบ DBD e-Filing โดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนฐานข้อมูลเศรษฐกิจไทยให้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน” นายพูนพงษ์ กล่าว

สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่ยังคงตกค้างและยังไม่ได้ดำเนินการนำส่งงบการเงินอีกกว่า 1.8 แสนรายนั้น ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับผลกระทบทางกฎหมายและผลกระทบเชิงพาณิชย์ โดยระบุว่าหากผู้ประกอบการยังเพิกเฉยจะจงใจหรือไม่ก็ตาม จะต้องเผชิญกับบทลงโทษและความเสี่ยงร้ายแรงใน 3 ด้านหลักด้วยกัน

ด้านแรก คือ ผลกระทบทางคดีและมาตรการเปรียบเทียบปรับ ซึ่งนิติบุคคลที่ส่งงบการเงินล่าช้าหรือขาดส่งจะต้องชำระค่าปรับตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยอัตราโทษปรับดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้แบบคู่ขนาน ทั้งในส่วนของนิติบุคคลที่เป็นตัวองค์กรธุรกิจเอง และในส่วนของบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้แทนหรือกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลนั้นๆ ด้วย

ด้านที่สอง คือ ผลกระทบต่อขีดความสามารถและความน่าเชื่อถือในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากหากบริษัทใดไม่นำส่งงบการเงินตามกำหนด ระบบฐานข้อมูลกลางจะทำการปรับสถานะและแสดงข้อความแจ้งเตือนอย่างชัดเจนว่า "ขาดส่งงบการเงิน" ซึ่งสถานะนี้จะเปิดเผยต่อสาธารณะ ส่งผลให้นักลงทุน คู่ค้าทางธุรกิจ ตลอดจนสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เกิดความไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใสและฐานะทางการเงิน จนอาจส่งผลให้พลาดโอกาสในการร่วมทุนหรือการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพื่อหมุนเวียนในกิจการทันที

และ ด้านสุดท้าย ที่เป็นบทลงโทษขั้นรุนแรงที่สุด คือ ความเสี่ยงที่จะได้รับหมายเรียกทางกฎหมาย และหากนิติบุคคลรายใดมีพฤติกรรมค้างส่งงบการเงินติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานต่อเนื่องกัน 3 ปี ทางกรมฯ จะใช้มาตรการเด็ดขาดในการพิจารณาถอนทะเบียนรายชื่อและปรับเปลี่ยนสถานะของบริษัทดังกล่าวให้เป็นบริษัทร้าง ซึ่งจะส่งผลให้สิ้นสภาพความเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญาใดๆ ได้อีกต่อไป

“กรมฯ ไม่ประสงค์ที่จะเรียกนิติบุคคลชำระค่าปรับ แต่ประสงค์ให้นิติบุคคลปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย” นายพูนพงษ์ กล่าวย้ำ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...