โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KTB-TTB ลั่นดาลควบกิจการ.!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ลือแล้วลือเล่า…ลือกันมาหลายรอบแล้ว เรื่องควบรวมระหว่างธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTBกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB…แม้เมื่อปีที่แล้ว TTBปฏิเสธไปรอบหนึ่งแล้วว่า “ไม่มีแผนการควบรวมกิจการกับธนาคารอื่นในช่วง 5 ปีแต่อย่างใด”

มาปีนี้ก็กลับมาลือกันอีก…จนทำให้ TTBต้องออกโรงปฏิเสธเสียงแข็งอีกรอบว่า “ธนาคารไม่ได้อยู่ในกระบวนการควบรวมกิจการ และไม่มีแผนควบรวมกิจการกับธนาคารอื่นอยู่ในแผนงาน 5 ปีแต่อย่างใด”

สำทับด้วย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ก็ยืนยันว่า “เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยแนวคิดและข้อเสนอให้มีการควบรวมกิจการของสถาบันการเงินนั้น เป็นข้อเสนอจากภาคธุรกิจ ที่มีการเสนอในเวทีผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลรับฟัง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องมีการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารของไทยในขณะนี้แต่อย่างใด”

โปรดรับทราบตามนี้…

แต่จะสยบข่าวลือได้นานแค่ไหน..?? ก็อีกเรื่องหนึ่ง

โอเค..ในเชิงหลักการเป็นเรื่องที่ดี หากทั้งสองแบงก์ควบรวมกันจริง ธนาคารใหม่จะใหญ่บึบขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งทันที โดยมีขนาดสินทรัพย์รวมประมาณ 5.6 ล้านล้านบาท และจะเกิดการ Synergy ในระยะยาว เนื่องจากฐานลูกค้าของทั้งสองแบงก์แตกต่างกัน โดย KTBมีความแข็งแกร่งในกลุ่มภาครัฐและลูกค้ารายใหญ่ ขณะที่ TTB มีฐานลูกค้ารายย่อยและสินเชื่อเช่าซื้อที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยต่อยอดการขยายพอร์ตสินเชื่อ และเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจร่วมกัน

แต่ในเชิงเทคนิค…ถ้าดูจากโครงสร้างผู้ถือหุ้น TTB ที่มีบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 จำนวน 23,782,833,043 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 24.37% การเป็นอยู่ของ TTB ทุนธนชาตโอเคแล้ว เพราะงบของทุนธนชาตที่เห็นกำไรเติบโตต่อเนื่องทุกปี รู้ป๊ะว่ากำไรเกินกว่าครึ่งมาจาก TTB..!!

ซึ่งเป็นการรับรู้ทางบัญชีตามวิธีส่วนได้เสีย (Equity Method) ในฐานะเป็นบริษัทร่วม (ถือหุ้นตั้งแต่ 20% ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 50% ทำให้มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่ถึงขั้นควบคุมเบ็ดเสร็จ)

อย่างงบไตรมาสแรกปีนี้ของทุนธนชาตที่โชว์กำไรสุทธิรวมอู้ฟู่ 2,285 ล้านบาท หลัก ๆ มาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมสูงถึง 1,524 ล้านบาท แล้วในจำนวนนี้ประมาณ 1,250 ล้านบาท มาจากผลประกอบการของ TTBนะจิบอกให้…

ถ้าติ๊ต่างว่า ทุนธนชาตรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก TTBประมาณไตรมาสละ 1,250 ล้านบาท รวม 4 ไตรมาสก็ปาไป 5,000 ล้านบาทเลยนะ

นั่นหมายความว่า ทุนธนชาตสุขสมอารมณ์หมายกับการถือหุ้น TTB ในสัดส่วน 24.37% อยู่แล้ว

ขณะที่หากเกิดมีการควบรวมกันจริง สัดส่วนการถือหุ้นของทุนธนชาตก็จะไดลูทลงแหง ๆ อาจจะเหลือถือหุ้นในธนาคารใหม่ต่ำกว่า 20% เท่ากับว่า จากเดิมมีสถานะเป็นบริษัทร่วม จะกลายเป็นเงินลงทุนทันที และจากที่เคยรับรู้ทางบัญชีตามวิธีส่วนได้เสีย ก็จะเปลี่ยนเป็นรับรู้แค่เงินปันผลแทน

ทำให้ตอกย้ำโอกาสการควบรวมระหว่าง TTB กับ KTB แทบเป็นศูนย์ก็ว่าได้..!?

ซึ่งเชื่อว่าทุนธนชาตคงไม่บ้าจี้ให้เกิดการควบรวมกันหรอก…เป็นใครก็ไม่น่าจะยอมหรอกมั้ง..!!

เอาเป็นว่าในเชิงหลักการก็ดีอยู่หรอก เกิดการ Synergy โน่นนี่นั่น..ก็ว่ากันไป แต่มาติดในเชิงเทคนิคนี่แหละ ทำให้การควบรวมกัน จึงเหมือนการปิดประตูลั่นดาลได้เลย…

หรือถ้าใครอุตริจะมายกกลอนประตูออก เพื่อเปิดทางให้เกิดการควบรวมขึ้นภายหลัง ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตละกัน..!!

…อิ อิ อิ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...