"ไชยชนก-ภาวุธ" แลกหมัดคนละมุม โครงการTH-AI Passport- คดี Forex
ทิ้งหมัดคนละมุม ขณะที่ค่ายน้ำเงิน "ไชยชนก ชิดชอบ" เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ในฐานะ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กำลังถูกสังคมและพรรคฝ่ายค้าน จับตาอย่างต่อเนื่องโครงการ TH-AI Passport หรือ "โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย" หลังประกาศให้มีการจัดซื้อ-จัดจ้าง จนได้ผู้ชนะประกวดราคามาแล้ว
ท่ามกลางการตรวจสอบเข้มข้นของฝ่ายค้านว่า อาจไม่คุ้มทุน และใช้งบประมาณสูงเกินความจำเป็นสูงถึง 1.62 พันล้านบาท อีกมุมหนึ่ง "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" สส.พรรคประชาชน ในฐานะมือตรวจสอบโครงการ TH-AI ก็ถูกจับจ้อง เมื่อมีชื่อเข้าไปเชื่อมโยงกับการโอนเงินคดี Forex
ปมความโปร่งใสในโครงการ TH-AI Passport กลายเป็นเหตุให้ต้องมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมี "ไชยชนก" รมว.เข้าร่วมรับฟัง แต่กลับพบว่า ยังมีหลาย ๆ คำตอบที่ไม่ตรงกับคำถามและประเด็นคาใจ
นอกจากการใช้เงินนอกงบประมาณ ที่ไม่ต้องผ่านการพิจารณาจาก ครม. จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปีละ 2,000 ล้านบาท ประมาณ 1,600 ล้านบาท และข้อกังขาการซื้อ AI ผ่าน "ตัวกลาง" การไม่ใช้ ChatGPT หรือ Gemini เวอร์ชันฟรี การวัดผลความสำเร็จ และประเด็นสำคัญ คือ กรณีหากคนใช้งานจริงน้อย รัฐต้องจ่ายเต็มหรือไม่
แม้ "พชร อนันตศิลป์" ปลัดกระทรวงดีอีฯ จะระบุว่า โครงการดังกล่าวถูกออกแบบขึ้นจากความจำเป็นในการยกระดับทักษะดิจิทัล และ AI ของประชาชนในวงกว้าง หลังตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยเฉพาะด้าน AI ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จนไทยอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และอันดับในเวทีโลกถอยลงมาอยู่ราวอันดับ 89 ขณะที่เมื่อเทียบในอาเซียน ไทยยังไม่ได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
ขณะที่ ไชยชนก ยังคงยืนยันถึงความคุ้มค่าและความคุ้มราคา และพร้อมให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ โดยยอมรับว่ารู้จักผู้ชนะงานเป็นการส่วนตัว
"ในฐานะผู้ที่เคยทำงานภาคเอกชน และทำงานมาหลายด้าน ย่อมรู้จักบุคคลจำนวนมากในประเทศ และเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้จัก ผู้ที่เข้ามาชนะการประมูลงานของกระทรวงใดเลย ยืนยันว่า ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และรายละเอียดทั้งหมด เป็นหน้าที่ของฝ่ายข้าราชการประจำที่ได้ชี้แจงไปแล้ว" รมว.ดีอี กล่าว
ปฏิเสธไม่ได้ว่า "หัวหอก" สำคัญในการตรวจสอบโครงการดังกล่าว คือ "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" สส.พรรคประชาชน อดีตผู้ก่อตั้ง TARAD.com CEO & Founder ของ Pay Solutions และ Creden.co และนักลงทุนและวิทยากรด้านดิจิทัล จึงไม่แปลกหาก "ภาวุธ" จะมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชำแหละขอบเขตงาน (TOR) โครงการ TH-AI Passport และยังเป็นผู้ตั้งข้อสังเกตว่า “โครงการ TH-AI Passport” อาจมีการล็อกสเปก เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางกลุ่มหรือไม่
ชนวนที่ถูกจุดขึ้น ส่งผลให้ "พรรคประชาธิปัตย์" เข้าร่วมตรวจสอบอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตในโครงการ TH-AI Passport ว่า ผู้ร่างสัญญาทีโออาร์ก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ที่น่ากังวลที่สุดคือ การส่งข้อมูลพฤติกรรมของคนไทยกว่า 5 ล้านคนไปประมวลผลในต่างประเทศ ซึ่งขัดต่อทีโออาร์ ขัดนโยบายอธิปไตยข้อมูล และก่อให้เกิดภัยความมั่นคงทางไซเบอร์ยุคใหม่
และเรียกร้องให้ รมว.ดิจิทัลฯ ยกเลิกโครงการทันที หลังพบความผิดปกติ ที่ส่อเอื้อประโยชน์ให้เอกชน เนื่องจากระบบไปซ้ำซ้อนกับแอปพลิเคชันฟรีอื่น ๆ โครงการนี้เข้าเงื่อนไขต้องยกเลิกครบทั้ง 3 ข้อ ทั้งเรื่องการทำผิดกฎหมาย ความไม่คุ้มค่าของงบประมาณ และขัดต่อนโยบายรัฐบาล จึงขอให้รัฐมนตรีเร่งตรวจสอบและแสดงความรับผิดชอบ
ยังไม่มีคำตอบจาก รมว.ดีอี ว่าจะแก้ไขข้อทักท้วงของพรรคฝ่ายค้านอย่างไร จะหยุดหรือชะลอโครงการดังกล่าวออกไปหรือไม่ แต่เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการ "Shutdown the Laundering" เปิดแถลงข่าวคดี Forex พบนักการเมืองและนักแสดงเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่มีเงินโอนเข้าบัญชีของ "ภาวุธ" จากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด จำนวน 14 ครั้ง รวม 28 ล้านบาท (วันที่ 18 ก.ค.2567) ภายในวันเดียว และถูกโยงกับประเด็นขบวนการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หรือ Forex โดยผิดกฎหมาย
มีรายงานว่า เพียง 1 วัน (18 มิ.ย.2569) ก่อนที่ดีเอสไอจะแถลงความคืบหน้า คดี Forex ในการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนในการพิจารณาวาระสำคัญเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport "ภาวุธ" ไม่ได้เข้าร่วม และไม่ได้แจ้งลาการประชุมทั้งที่เป็นบุคคลที่ติดตาม ตรวจสอบ และตั้งข้อสังเกตต่อโครงการ TH-AI Passport มาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เดิมมีกำหนดการจะมาร่วมแถลงข่าวคดี Forex ร่วมกับดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่ได้เดินทางมา คงมีเพียง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ และพล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
โดย พ.ต.ต.ยุทธนา ย้ำว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง และดีเอสไอใช้เวลาสืบสวนคดีนี้มานานว่า 6 เดือน โดยไม่ได้มีเป้าหมายว่าเป็นใคร …รู้เพียงแค่ว่า พยานหลักฐานไปถึงใคร ก็จะเรียกมาสืบสวนสอบสวนและให้ความเป็นธรรม แต่ยังไม่ออกหมายเรียก และยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา "ภาวุธ" เนื่องจากยังอยู่ในสมัยประชุมสภา มีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครอง และหากหมดสมัยประชุม ดีเอสไออาจมีหนังสือเชิญเข้าให้ข้อมูล
ขณะเดียวกัน ผังปริศนาความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่าง "ภาวุธ" และ "ชายคนหนึ่ง" ซึ่งดีเอสไอนำมาแสดงในวันแถลงข่าว ได้ตรวจสอบพบว่า เส้นทางการเงินของเขาเกี่ยวข้องกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด : QRS Global โดยข้อมูลระบุว่า รู้จักและสนิทสนมกับ "ภาวุธ" เนื่องจากเคยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน โดยชายรายนี้เป็นโบรกเกอร์และเกี่ยวข้องกับบริษัท ดังกล่าว สำหรับสถานะของ ภาวุธ ยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา และยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา แต่เกี่ยวข้องจากการรับเงินโอนจากกลุ่มเพย์เมนต์
สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดของ "ภาวุธ" ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ แต่ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2569 ว่า กำลังเตรียมและรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงกับดีเอสไออยู่ ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อหลายปีแล้ว ทำให้ต้องใช้เวลาเพื่อรวบรวมเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยเริ่มกระบวนการในการขอเอกสารจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อชี้แจงข้อมูลกับดีเอสไอและพรรคในลำดับต่อไป
สงครามยังไม่จบ ทั้งโครงการ TH-AI Passport ซึ่ง “ค่ายส้ม” พรรคประชาชน เปิดหน้าท้าชน “ไชยชนก” รมว.ดีอี จากค่ายน้ำเงิน “ภูมิใจไทย” ขณะที่ สส.ค่ายส้ม “ภาวุธ” มือตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ก็เจอดีเอสไอตรวจสอบพบเส้นเงินโยงคดี Forex
ในเชิงการเมือง นอกจากเป็นการชิงไหว-ชิงพริบของทั้ง 2 ค่าย "ส้ม-น้ำเงิน" แล้ว ก็ยังเป็นท้าชนกันกลาย ๆ ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะมีข้อมูลที่พร้อมปะทะแน่นกว่ากัน …ต้องติดตาม
อ่านข่าว
"เคียร์ สตาร์เมอร์" ลาออกนายกฯ อังกฤษ - หัวหน้าพรรคแรงงาน
สรุปยอดลงทะเบียนยืนยันสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569" เช็กช่องทางประกาศผล
“ปู มัณฑนา” ได้ประกันตัว หลังศาลฯ สั่งจำคุก 2 ปี คดีหมิ่นประมาท “ลูกหมี รัศมี”