เนชั่นดีเบต "สุวงศ์-ประพฤทธ์" ชิงเก้าอี้ ส.ก.ห้วยขวาง ชูปมทวงคืนพื้นที่จากทุนจีน
เมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) บรรยากาศการเมืองในเขตห้วยขวางทวีความเข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในเวทีดีเบต "ผู้ว่าฯ กทม. โอกาสของคนเมือง" จัดโดยเนชั่นทีวี ช่อง 22 ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า
การประชันวิสัยทัศน์ครั้งนี้ช่วงหนึ่งเป็นการปะทะกันระหว่าง นายสุวงศ์ จินตรักษ์ หรือ "แบงค์" ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 2 จากทีมคนทำงาน และ นายประพฤทธ์ หาญกิจจะ ผู้สมัครหมายเลข 3 จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้งคู่ต่างนำเสนอแผนยุทธศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นการขยายตัวของกลุ่มทุนจีนในพื้นที่ห้วยขวาง
"สุวงศ์" ลั่นไม่ยอมให้คนไทยเป็นคนแปลกหน้า ชูบูรณาการ 3 ระดับ
นายสุวงศ์ จินตรักษ์ (เบอร์ 2) เปิดประเด็นอย่างดุเดือดโดยการนำภาพถ่ายในพื้นที่ห้วยขวางขึ้นมาแสดง เพื่อชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของย่านที่ถูกกลุ่มทุนและคนต่างชาติเข้าครอบคลุมพื้นที่จนดูเหมือนไม่ใช่ประเทศไทย เขาตั้งคำถามถึงความรู้สึกของชาวห้วยขวางที่ต้องกลายเป็น “คนแปลกหน้าในบ้านตัวเอง” พร้อมประกาศว่าคนไทยคือเจ้าของพื้นที่ และต้องไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายไทย
แนวทางการแก้ไขปัญหาของนายสุวงศ์เน้นไปที่การ "บูรณาการ 3 ระดับ"อย่างเข้มข้น ได้แก่
1. ระดับเขต: ต้องเข้าตรวจสอบในฐานะเจ้าของบ้านอย่างตรงไปตรงมา
2. ระดับหน่วยงานภายนอก: ดึงกรมแรงงาน สรรพสามิต และสรรพากร เข้ามาร่วมตรวจสอบธุรกิจต่างชาติเพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมาย
3. ระดับข้อบัญญัติ: ในบทบาท ส.ก. เขาจะเข้าไปปรับปรุงข้อบัญญัติ กทม. เพื่อควบคุมดูแลผู้มาอาศัยไม่ให้มีอำนาจเหนือเจ้าของพื้นที่เดิม
นายสุวงศ์ ยังได้ชูยุทธศาสตร์ "ห้วยขวาง 3 ด้าน" คือ เมืองแห่งโอกาส, เมือง 24 ชั่วโมง และ "ห้วยขวางเป็นไปได้" พร้อมย้ำจุดเด่นของการเป็นผู้สมัครอิสระที่พร้อมฟังเสียงประชาชนโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากพรรคการเมือง
"ประพฤทธ์" โชว์เก๋าเสนอโมเดลสมาคมจีน ปิดจุดอ่อนอำนาจ กทม.
ด้านนายประพฤทธ์ หาญกิจจะ (เบอร์ 3) อาศัยประสบการณ์ในตำแหน่ง ส.ก. ตลอด 4 ปี ยอมรับว่ากรุงเทพมหานครไม่มีอำนาจโดยตรงในการจัดการคนต่างชาติ จึงได้เสนอทางออกเชิงโครงสร้างผ่าน "โมเดลสมาคมผู้ค้าชาวจีนในพื้นที่เขตห้วยขวาง" โดยให้กลุ่มผู้ค้าเหล่านี้รวมตัวกันภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการที่มีตัวแทนจากสำนักงานเขต, ตำรวจ, กรมสรรพากร และกองตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อให้เกิดการควบคุมและปกครองกันเองภายใต้กฎระเบียบของไทยอย่างเคร่งครัด
ทวงคืนพื้นที่จาก "น้ำท่วม" ด้วยงบ 150 ล้านบาท
นอกจากประเด็นทุนจีน นายประพฤทธ์ยังเน้นย้ำถึงผลงานการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรัง โดยระบุว่าเขามี "แผนที่น้ำท่วม" ที่แม่นยำและรู้ลึกถึงระดับปริมาณน้ำฝนในแต่ละซอย พร้อมชูความสำเร็จจากการผลักดันงบประมาณกว่า 150.7 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเขื่อนคลองช่วงต่างๆ ซึ่งแก้ปัญหาน้ำท่วมไปได้แล้วกว่า 70% ของพื้นที่แขวงสามเสนนอกและห้วยขวาง นอกจากนี้ยังมีแผนยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการซ่อมแซมถนน การจัดการขยะ และการจัดการสัตว์จรจัดอย่างเป็นระบบโดยใช้ข้อบัญญัติ กทม. เข้ามาควบคุม