เปิดกลลวงโกงตาชั่งข้าวสาร มิจฯ เล็งเจาะกลุ่มผู้สูงอายุอยู่ลำพัง
เมื่อ “ความน่าเชื่อถือ” ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกลวง
มิจฉาชีพในยุคนี้ ไม่ได้มาในรูปแบบที่น่าสงสัยเสมอไป พวกเขาแต่งกายดี มีบุคลิกน่าเชื่อถือ พูดจาฉะฉาน และวางบทบาทตัวเองเป็น “พ่อค้าใจดี” ที่ดูเหมือนมีฐานะพอสมควร
ในกรณีนี้ พวกเขาขับรถเข้ามายังบ้านของคุณป้าวัย 64 ปี ในพื้นที่ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพัง
- เรื่องราวเริ่มต้นจากคำอ้างที่ดู “มีเหตุผล”
- ได้รับโควต้าข้าวสารจากจังหวัดสุโขทัยมาส่งโรงสีในพิจิตร
- แต่มีข้าวเหลือเกินโควต้า 2 กระสอบ
- ไม่อยากขนกลับ จึงอยากขายให้ในราคาถูก
กลลวงที่ “ดูจริง” จนยากจะปฏิเสธ
สิ่งที่ทำให้เหยื่อเชื่อ ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือ “การแสดงให้เห็น” มิจฉาชีพนำข้าวสารเม็ดสวย ใส สะอาด บรรจุในถุงเล็ก ๆ มาให้ดูเป็นตัวอย่าง สร้างความมั่นใจตั้งแต่แรกเห็น
จากนั้นจึงใช้วิธี “ตื้อ” และ “โน้มน้าว” อย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดอย่างมีนัยสำคัญ จากราคาปกติ 900 บาท เหลือเพียง 700 บาท
สำหรับผู้สูงอายุที่เพิ่งได้รับเงินเบี้ยยังชีพ หรือมีเงินติดตัวจากลูกหลาน ข้อเสนอเช่นนี้ จึงยากจะปฏิเสธ สุดท้าย คุณป้าตัดสินใจซื้อข้าวสารจำนวน 6 ถัง เป็นเงิน 1,450 บาท
ความจริงที่ปรากฏ “หลังจากสายเกินไป”
หลังจากการซื้อขายเสร็จสิ้น มิจฉาชีพรีบขึ้นรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ขับออกไปทันทีโดยไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน สัญญาณที่บ่งบอกถึงการวางแผนล่วงหน้า เมื่อเวลาผ่านไป ลูกหลานกลับมาถึงบ้านและช่วยตรวจสอบ สิ่งที่พบ คือความผิดปกติที่ชัดเจน
- เมล็ดข้าว “ขุ่น” ไม่ใสเหมือนตัวอย่าง
- น้ำหนัก “ไม่ครบ” ตามที่ตกลง
เมื่อนำไปชั่งจริง พบว่าน้ำหนักข้าวหายไปถึง 18 กิโลกรัม
เหยื่อที่ถูกเลือก “ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
เหตุการณ์นี้สะท้อนรูปแบบที่ชัดเจนของมิจฉาชีพพวกเขา “เลือกเหยื่อ” อย่างมีเป้าหมาย
- ผู้สูงอายุ
- อยู่บ้านคนเดียว
- บ้านอยู่ห่างไกล หรือโดดเดี่ยว
- ไม่มีใครให้ปรึกษาในขณะตัดสินใจ
ช่องว่างที่กลายเป็น “จุดอ่อน” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เหตุการณ์ลักษณะนี้ ไม่ได้เกิดเฉพาะในภาคอีสาน หรือภาคเหนือ แต่เกิดขึ้นแล้วในภาคกลาง ภาคตะวันออก และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ความระมัดระวัง” แต่คือเรื่องของ “การดูแลกัน” ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านลำพัง อาจไม่ได้อ่อนแอ แต่พวกเขา “ขาดข้อมูล” และ “ขาดคนให้ปรึกษา” ในช่วงเวลาสำคัญ
บางครั้ง การโทรถามไถ่ หรือการแนะนำให้ “อย่าซื้อของจากคนแปลกหน้า” อาจช่วยป้องกันความเสียหายได้มากกว่าที่คิด
ขอบคุณข้อมูลจาก รายการร้องทุกข์ ป้ายนี้