จับมือรวยไม่ไหวแล้ว อนุทินชี้‘รัฐ-เอกชน’ต้องไปด้วยกัน/จ่อเชิญภาคการเงิน!
“รัฐบาล” เปิดทำเนียบฯ คุย 35 เจ้าสัว “เอกนิติ” บอกหวังเอกชนเป็นหัวหอกพลิกโฉมเศรษฐกิจระยะยาว เตรียมต่อยอดเป็นพิมพ์เขียวผ่าน กรอ.ให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติใน 6 เดือน “อนุทิน” ชี้ “รัฐ-เอกชน” ต้องเดินไปด้วยกัน บอกรับฟังหูชา 2.30 ชม. ติดใจจ่อเชิญภาคการเงินมารอบหน้า
เมื่อวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญกว่า 35 คน เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 17.00 น. โดยมีเป้าหมายสำคัญคือร่วมหาแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ
“เวทีนี้จะเป็นเวทีที่เน้นการรับฟังความเห็นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะมีทั้งรองนายกฯ และรัฐมนตรีสายเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องมาร่วมรับฟังภาคธุรกิจกันอย่างพร้อมเพรียง โดยรัฐบาลจะปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้สั่งการแบบเดิมมาเป็นผู้สนับสนุน เพื่อให้ภาคเอกชนเป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะโลกปัจจุบันเปลี่ยนไปมากจนเราต้องทำงานร่วมกัน” นายเอกนิติกล่าว และว่า เมื่อรัฐบาลได้รับฟังความคิดเห็นทั้งหมดแล้ว จะรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอทั้งหมดมาขับเคลื่อนต่อผ่านกลไกของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ซึ่งจะผลักดันให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติภายใน 6 เดือน
สำหรับผู้บริหารที่จะเข้าร่วมหารือกับนายกฯ มีรายชื่อเบื้องต้น อาทิ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย และนายชัย อรุณานนท์ชัย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมจะประกอบด้วย กลุ่มสถาบันการเงิน, กลุ่มธุรกิจการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร, กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์, กลุ่มธุรกิจพลังงาน, กลุ่มธุรกิจโรงแรม, กลุ่มธุรกิจสุขภาพ, กลุ่มธุรกิจก่อสร้าง, กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (นิคมอุตสาหกรรม), กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs, กลุ่มธุรกิจค้าปลีก และกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค
ทั้งนี้ ในช่วงเช้า นายอนุทินเดินทางเข้าปฏิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้เรียกนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้าพบเพื่อรายงานสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยช่วงไตรมาสแรกของปี 2569
นายพจน์กล่าวก่อนการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลว่า ยังไม่ได้คุย จะไปพูดก่อนได้อย่างไร แต่เรามีข้อเสนออยู่แล้ว
ด้านนางพิมพ์ใจกล่าวว่า ส.อ.ท.มีคำตอบเดียวกับสภาหอการค้าฯ หากบอกตอนนี้คงไม่ตื่นเต้น คงจะเปิดเผยหลังจากได้พบกับรัฐบาลแล้ว ซึ่งมีหลายประเด็นที่เหมาะสมกับสภาวการณ์ตอนนี้
ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า เราจะให้ผู้ประกอบการได้แนะนำให้ความเห็น แล้วรัฐบาลจะรับฟังนำความคิดเห็น ข้อชี้แนะต่างๆ พยายามอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด เพื่อให้การประกอบธุรกิจในประเทศไทยเกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งผู้ประกอบการ ประชาชน และประเทศ
เมื่อถามว่า จะนำความคิดเห็นเหล่านั้นไปต่อยอดในการขับเคลื่อนเศรฐกิจอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เราก็รับฟังเขาว่าแต่ละภาคส่วนเป็นอย่างไรบ้าง เขาคาดหวังอะไรที่จะให้รัฐบาลสนับสนุนและทำให้เขาขยายกิจการได้ ให้เขาสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประเทศหรือตรงไหนติดขัด อยากให้ผู้ประกอบการที่ส่วนใหญ่รู้จักกันสนิทแนบแน่นอยู่แล้วมาพูดเปิดอกกัน รัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำทุกอย่างให้เศรษฐกิจแข็งแรง มีศักยภาพ มีอนาคต มีความยั่งยืน
ในเวลา 17.00 น. นายอนุทินเปิดการประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชน เรื่องแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ จากภาคธุรกิจ และกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ โดยมีรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและเกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมนายภัคพล งามลักษณ์ ประธานคณะการผู้บริหารด้านปฏิบัติการ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์, นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ได้นั่งขนาบข้างนายกฯ นอกจากนี้ยังมีนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และนายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ผู้บริหารบริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
โดยนายกฯ กล่าวตอนต้นการหารือว่า ขอกล่าวคำว่ายินดีต้อนรับผู้ประกอบการภาคเอกชนทุกท่านที่ได้ให้เกียรติรัฐบาลได้มาพบกัน หัวข้อคือผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง เพราะฉะนั้นจากนี้ไปพูดจบก็เหลือแต่ท่านพูดแล้ว พวกตนก็ฟังอย่างเดียว และประมวลเรื่องต่างๆ เพื่อนำเป็นบทสรุปในการที่จะทำให้ทุกอย่างได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้ประกอบการ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ถือว่าเป็นผู้ที่จะต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศร่วมกันไปกับรัฐบาล ต่างคนต่างไปไม่ได้ เพราะว่ามันจะทำให้เป้าหมายเราไม่สามารถบรรลุ วันนี้เป้าหมายคือรัฐบาลต้องการรับฟังความคิดเห็นของทุกท่าน เพื่อให้เราส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการทุกภาคส่วนให้สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมวงนี้ถือว่าไม่มีหัวโต๊ะ ทุกคนถือว่าเป็นหัวโต๊ะ เพราะได้แทรกให้รัฐมนตรีหลายท่านอยู่ในการประชุมนั่งแซมกับท่านด้วย เมื่อสัปดาห์ก่อนได้ไปประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งทุกประเทศพูดเรื่องพลังงาน สะอาด โลจิสติกส์ และความมั่นคงทางอาหาร ทุกประเทศพูดเหมือนกันไม่ได้นัดหมาย ซึ่งไทยเรามีความแข็งแรงและมีศักยภาพเป็นอย่างมากใน 3 ประเด็นนี้ ที่จะขับเคลื่อนให้อาเซียนของเราเป็นศูนย์กลางที่จะทำให้โลกทั้งใบให้ความสำคัญ และประเทศไทยของเราเชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียน
นายอนุทินกล่าวอีกว่า พูดง่ายๆ ว่าเรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น แต่สิ่งที่ได้กราบเรียนคือรัฐ เอกชน ต้องไปด้วยกัน และในความเป็นรัฐบาลชุดนี้ เราพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกทุกๆ อย่าง วันนี้เราไม่ยึดติดอยู่กับบริบทเดิมๆ หรือยึดติดกับกฎหมายเก่าๆ การพบปะกันในวันนี้ขึ้น เพื่อรับฟังความเห็นจากท่านทั้งหลาย เพื่อที่เราจะได้นำมาประยุกต์และนำมาทำให้ความต้องการความคาดหวังทั้งหลายของท่านได้เป็นส่วนที่จะทำให้ท่านบรรลุเป้าหมาย เมื่อท่านประสบความสำเร็จ ประเทศไทยก็ประสบความสำเร็จ ทุกคนถือว่าเป็นผู้ชนะ นี่คือวัตถุประสงค์ของวันนี้
“ผมขอให้ท่านได้หารือกันในวงนี้เต็มที่ และถ้ายังไม่หนำใจ เดี๋ยวเราไปทานข้าวเย็นกันวันนี้ ขออนุญาตให้รัฐบาลเป็นเจ้ามือและเป็นเจ้าภาพในการร่วมรับประทานอาหารเย็นกับนักธุรกิจชั้นนำ ผู้ประกอบการชั้นนำของประเทศ เพื่อใช้ทุกแนวทางและทุกข้อมูลที่ได้จากท่านเพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายกฯ กล่าว
ภายหลังหารือกว่า 2.30 ชม. นายอนุทินได้เชิญนักธุรกิจและผู้ประกอบการชั้นนำของประเทศไปถ่ายภาพหมู่ภายในตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นนำนักธุรกิจและผู้ประกอบการชั้นนำเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อไปยังตึกสันติไมตรี โดยผู้สื่อข่าวถามถึงการหารือเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทินร้องโอ้โหพร้อมกล่าวว่า “คิดดู คนระดับนี้ 2 ชั่วโมงกว่า ไม่ได้มาคุยเล่น” เมื่อถามย้ำว่าบรรยากาศการพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน หัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “หูชาเลย”
ต่อมานายอนุทินได้เดินกลับมาตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อทำธุระส่วนตัว โดยจังหวะที่เดินออกจากตึกได้เดินมาพร้อมกับ น.ส.ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ก่อนปล่อยมุกกับผู้สื่อข่าวว่า “ควงสาว”
และในเวลา 19.35 น. นายอนุทินเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ตึกสันติไมตรี ภายในงานจัดอาหารในรูปแบบ Thai Fusion Set อาทิ ทาร์ตยำส้มโอ กุ้งหวานแตงโม ข้าวสามสีผัดพริกเกลือปลาย่างสมุนไพร เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพบกันครั้งนี้รัฐบาลได้สอบถามความเห็น โดยให้บรรดาภาคเอกชนตอบแบบสอบถาม พร้อมให้เขียนเปิดใจถึงนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว โดยหลังรับฟังความคิดเห็นจาก 10 ภาคธุรกิจแล้วนั้น มีรายงานว่าในครั้งหน้ารัฐบาลเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหารสถาบันการเงิน ไฟแนนซ์ รวมไปถึงกลุ่มธุรกิจการเงิน มาหารือที่ทำเนียบฯ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่อไป.