โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุชา ลงพื้นที่สายไหม-ดอนเมือง พร้อมเปิดปมพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม.

แนวหน้า

เผยแพร่ 17 มิ.ย. เวลา 17.00 น.

"อนุชา" ลงพื้นที่สายไหม-ดอนเมือง เร่งแก้คมนาคม-สาธารณสุข พร้อมเปิดปมพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม.

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ เริ่มต้นที่ตลาดเอซี สายไหม โดยมี นายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตสายไหม เบอร์ 3 นำลงพื้นที่ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังตลาดฝั่งโขง เขตดอนเมือง เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนร่วมกับ นายไกรศักดิ์ เสาเวียง ผู้สมัคร ส.ก. เขตดอนเมือง เบอร์ 2

นายอนุชา กล่าวถึงปัญหาที่ได้รับฟังจากชาวบ้านในโซนกรุงเทพฯ ชั้นนอกว่า เรื่องการคมนาคมขนส่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด เนื่องจากประชาชนยังเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้ยาก รถประจำทางมีน้อยและรอนานเป็นชั่วโมง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งนักเรียน ผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล และคนวัยทำงาน

“ผมจึงมีแนวคิดเร่งดำเนินการระบบรถฟีดเดอร์ (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อตรอกซอกซอยเข้าสู่ระบบขนส่งสายหลัก โดยใช้รถขนาดเล็กหรือมินิบัสเข้ามาดูแลภายใต้การกำกับของ กทม. เพื่อให้กำหนดเส้นทางได้ตามความต้องการของชุมชน พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำถึงการยกระดับระบบสาธารณสุขให้ครอบคลุม ด้วยการเพิ่มบทบาทของศูนย์บริการสาธารณสุขและสร้างความร่วมมือกับคลินิกในพื้นที่ รวมถึงการใช้ระบบเทเลเมดิซีน และเทคโนโลยีเอไอ เข้ามาสนับสนุนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น” นายอนุชากล่าว

นอกจากนี้ ในพื้นที่เขตดอนเมือง นายอนุชายังชูแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากด้วยการใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำแบบครบวงจร เปรียบเสมือนการแก้ปัญหาจราจรที่ต้องดูภาพรวมทั้งระบบ เพื่อให้น้ำระบายสู่คลอง แม่น้ำเจ้าพระยา และอ่าวไทยได้อย่างเป็นระบบมากที่สุด

ในประเด็นการเมืองโปร่งใส นายอนุชาได้ย้ำถึงการใช้แพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. ซึ่งพบพิรุธว่าโครงการกว่า 93% จากมูลค่ารวมกว่า 50,000 ล้านบาท เป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบ "เฉพาะเจาะจง" ซึ่งไม่มีการแข่งขันด้านราคา และยังพบว่ามีบางบริษัทได้รับงานซ้ำซ้อนกว่า 500 โครงการ รวมถึงมีการเชื่อมโยงรายชื่อคณะกรรมการในโครงการกับบริษัทเอกชนที่ได้รับงาน

"ผมขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่านี่ไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นการทำหน้าที่ปกป้องงบประมาณภาษีของทุกคน ปัญหาทุจริตไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ต้องสร้างให้ข้าราชการและคนทำงานไม่ยอมรับการโกงกิน ผมตั้งใจนำนโยบาย 5 ด้าน ได้แก่ การเดินทางที่สะดวก เมืองสะอาด ชีวิตที่ปลอดภัย เศรษฐกิจดีขึ้น และการตรวจสอบได้ทุกกรณี มาพลิกโฉมกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จริง" นายอนุชา กล่าว

ช่วงท้าย นายอนุชายังเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ด้วยการกาบัตร 2 ใบ เลือกผู้ว่าฯ กทม. บัตรสีเขียว “อนุชา เบอร์ 5” และ ส.ก. ของพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 50 เขต บัตรสีชมพู เพื่อให้การบริหารงานกรุงเทพมหานครสามารถเดินหน้าได้ตั้งแต่วันแรก โดยไม่ต้องรอผลสำรวจร้อยวันแรก เพราะทีมงานพรรคประชาธิปัตย์เกาะติดพื้นที่และเข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงมาโดยตลอด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...