รวบแล้ว 32 คน ขบวนการ "พ่อทิพย์" เร่งตามตัว 3 คน ขยายผล 5 รพ.เอกชน
วันนี้ (12 ก.ค.2569) ชุดสืบสวนจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีพฤติการณ์อำพรางการจดทะเบียนสมรส และทุจริตระบบทะเบียนราษฎรเพื่อแจ้งเกิดให้บุตรชาวจีนได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ เตรียมประชุมความคืบหน้าแนวทางการสืบสวนสอบสวน และขยายผลเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้อง หลังศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวแล้ว 35 หมาย
นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย สำนักการสอบสวนและนิติการ ในฐานะคณะทำงานและเลขานุการ ของคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัว ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้แล้ว 32 หมาย (แบ่งเป็นพ่อทิพย์ 14 คน แม่จีน 11 คน พ่อจีน 5 คน และเจ้าหน้าที่ 2 คน) จากทั้งหมด 35 หมายจับ
โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกนำตัวมาสอบปากคำที่ สน.บางยี่เรือ เพื่อขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงกับบุคคลใดบ้าง และจ่ายเงินจำนวนเท่าใด ซึ่งบางส่วนควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คงเหลือผู้ต้องหาอีก 4 คน ที่จะนำตัวส่งฝากขังศาลในวันที่ 13 ก.ค.2569 ช่วงเช้า โดยพนักงานสอบสวน ยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทุกคน เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
สำหรับกรณีกลุ่มทุนจีนคนสำคัญอย่าง นายเฉิน ยินไล เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่า ถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโลยี (ปอท.) จับกุมไปแล้วตั้งแต่ปี 2567 ในคดีฟอกเงินขบวนการคอลเซนเตอร์ ก่อนขยายผลจากการโอนเงินให้จนพบภรรยาคือ นางเป้าเจียว ที่หลบหนีไปต่างประเทศ พร้อมกับลูก 3 คน นานแล้ว โดยในคดีของ นางเป้าเจียว นั้น มีนายมนตรี ชาว จ.ลำปาง ทำหน้าที่เป็น "พ่อทิพย์" ซึ่งถูกจับดำเนินคดีไปแล้ว
ส่วนรายชื่อบุคคลอื่น ๆ เช่น นายปริญญา ที่คาดว่าเป็นหนึ่งในกลุ่ม "พ่อทิพย์" ทำหน้าที่รับรองบุตรบังหน้า ให้กับครอบครัวชาวจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงอย่างละเอียด เนื่องจากพบพฤติการณ์ของพ่อทิพย์บางราย รับรองบุตรข้ามครอบครัว และสวมสิทธิ์ให้เด็กมากกว่า 1 คน
นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายผลไปยังโรงพยาบาลเอกชน ในย่านธนบุรี อีก 4-5 แห่ง ซึ่งอยู่ระหว่างให้ฝ่ายระบบดึงข้อมูลมาตรวจสอบว่า มีคู่ที่เป็นพ่อทิพย์ชายไทยกับแม่จีน มาแจ้งเกิดในโรงพยาบาลเหล่านี้เป็นจำนวนเท่าใด เนื่องจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักเครือข่ายทุนจีน เจ้าหน้าที่พบเบาะแสสำคัญ ที่ระบุว่ามีบางครอบครัวตรวจสอบพบเด็ก ที่ไม่ได้มีชื่อในฐานข้อมูลเดิม และเมื่อขยายผลจึงพบว่า เด็กเหล่านี้ถูกแจ้งเกิดในโรงพยาบาลเอกชนแห่งอื่น ๆ นอกเหนือจากโรงพยาบาลที่เคยเป็นข่าว
โดยเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตถึงขบวนการของโรงพยาบาลว่า ตามปกติการซื้อแพ็กเกจคลอด และการแจ้งเกิดจะต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร และการแสดงตัวตนของบิดา-มารดาอย่างเข้มงวด แต่เคสเหล่านี้กลับไม่มีการปรากฏตัวของบิดา ในกระบวนการคลอดจริง แต่กลับมีชื่อเป็นบิดาในสูติบัตรอย่างน่าสงสัย
ส่วนประเด็นที่ครอบครัวของ น.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่เขตธนบุรี ซึ่งถูกจับกุม ชี้แจงว่าเจ้าหน้าที่ที่ถูกดำเนินคดีอาจเป็นเพียง แพะรับบาป เนื่องจากทำหน้าที่ออกสูติบัตรตามเอกสารที่ยื่นมาครบถ้วนนั้น นายรัฐวิช ระบุว่า ข้ออ้างดังกล่าว ยังไม่สามารถรับฟังได้ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ต้องใช้ดุลพินิจและตรวจสอบความถูกต้องของคำร้องอย่างละเอียด
แต่จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกลับปล่อยปละละเลย นำเอกสารทั้งหมดไปให้บุคคลภายนอก คือ น.ส.สุนีย์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เวชระเบียนโรงพยาบาล เป็นผู้ดำเนินการจัดการแทนทั้งหมด ซึ่งพฤติการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ 2-3 คน แต่พบในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก จึงเชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นเป็นใจอย่างแน่นอน โดยจะมีการไล่ตรวจสอบการทำงานและระบบการรับคำร้องของเขตอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม
ขณะที่จากข้อมูลชุดทำคดี ยืนยันว่า หลังหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแล้ว 35 หมาย ล่าสุดจับได้แล้ว 32 คน เหลือ 3 คน ซึ่งพบว่า มี 1 คน หลบหนีไปต่างประเทศแล้ว คือ นางเป้าเจียว ส่วนอีก 2 คน กำลังเร่งติดตามจับกุม
ส่วนประเด็นการขยายผลที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล 5 แห่ง และเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่น จะมีใครผิดเพิ่มหรือไม่นั้น ชุดทำคดี ระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐย่านฝั่งธนบุรียังพบผู้กระทำความผิดชัดเจนที่คนเดียว แต่หากพบว่ามีใครร่วมกระทำความผิดอีก ก็จะขยายผลต่อ รวมถึงโรงพยาบาลอื่น ๆ ซึ่งในวันที่ 13 ก.ค.2569 เวลา 13.30 น. จะมีการประชุมของ 6 หน่วยงาน ที่กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 โดยหน่วยงานที่จะเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยตำรวจ, กรมการปกครอง, กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ, ป.ป.ช., ปปง. และ ป.ป.ท.
นอกจากนี้ ยังมีการเชิญตัวแทนจาก สำนักงานอัยการสูงสุดเข้าร่วมประชุม เพื่อปรึกษาข้อกฎหมายสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นการพิจารณาว่าเข้าข่าย องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ รวมถึงการวางแนวทางและมาตรการที่เหมาะสม ในการจัดการกับเคสลักษณะเดียวกัน อีกหลายร้อยเคสที่รอการขยายผลต่อไปในอนาคต
อ่านข่าว :
ศาลไม่ให้ประกัน 27 ผู้ต้องหาคดีพ่อทิพย์ สวมสัญชาติไทยให้เด็กชาวจีน
เปิดปฏิบัติการ "ถอดเกล็ดมังกร" ทลายขบวนการเด็กจีนสวมสัญชาติไทย
จับ จนท.รัฐ พนักงาน รพ.เอกชน เอี่ยวขบวนการพ่อทิพย์ สวมสัญชาติไทยให้เด็กชาวจีน