โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เรื่องเล่าจากสื่อนอก‘เกาะพะงัน’ แหล่งท่องเที่ยวที่มีมากกว่า‘ฟูลมูนปาร์ตี้’

แนวหน้า

เผยแพร่ 06 พ.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

เรื่องเล่าจากสื่อนอก‘เกาะพะงัน’แหล่งท่องเที่ยวที่มีมากกว่า‘ฟูลมูนปาร์ตี้’

7 พ.ค. 2565 เว็บไซต์ นสพ.South China Moring Post ของฮ่องกง เผยแพร่บทความ It’s not all full moon parties on Thailand’s Koh Phangan – Muay Thai gyms, lush nature and music have visitors staying long-term on the island เนื้อหาว่าด้วย “เกาะพะงัน” จ.สุราษฎร์ธานี ประเทศไทย แม้ชื่อเสียงในการรับรู้ของคนส่วนใหญ่เกี่ยวกับเกาะนี้จะเป็นเรื่องของ “ฟูลมูนปาร์ตี้” ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาดื่มกินและเต้นรำกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง แต่ในความเป็นจริง เกาะพะงันมีอะไรมากกว่านั้น และดึงดูดให้ใครหลายคนอยากตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยระยะยาว

บทความซึ่งเขียนโดย โธมัส เบิร์ด (Thomas Bird) นักเขียนสารคดีท่องเที่ยวซึ่งมีพื้นเพเป็นชาวเอชียตะวันออกก เริ่มเรื่องที่ “หาดริ้นใน” ทางใต้ของเกาะพะงัน ขณะที่เขียนนั้นเป็นช่วงที่เกาะพะงันยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนัก รีสอร์ทบางแห่งมีลักษณะคล้ายกับเป็นซากปรักหักพัง ชวนให้รำลึกถึงยุคสมัยอันรุ่งเรืองของเกาะ นั่นคือช่วงเวลาที่โลกยังไม่เผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19

อย่างไรก็ตาม ผู้ดูเล Sun Beach Bungalows ที่พักของผู้เขียน กล่าวว่า ที่พักกำลังจะถูกจองเต็มในอีก 1 สัปดาห์หลังจากนั้น ซึ่งสอดคล้องกับการจัดการฟูลมูนปาร์ตี้ ณ “หาดริ้นนอก” ที่ไม่ไกลจากหาดริ้นมากนัก และฟูลมูนปาร์ตี้ก็คืองานสำคัญที่ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้มาเยือน ขณะที่ Sontaya Shtongrun ลูกชายชาวประมงในพื้นที่ซึ่งมีกิจการบังกะโล ที่ผู้เขียนได้พบที่ร้านกาแฟเล็กๆ Baan Nong Praew เล่าว่า ไม่มีผู้เข้าพักตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2563 แต่ก็ยังให้คนงานชาวเมียนมาอยู่อาศัยต่อไป เพราะตกงานประกอบกับที่บ้านเกิดก็มีสงคราม

บูติดรีสอร์ทของ Sontaya อยู่บริเวณหาดริ้นใน หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Sinset Beach กับเนินเขา บางครั้งพบเห็นลิงแสมเข้ามาขโมยมะม่วงที่ปลูกไว้ ลักษณะรีสอร์ทเป็นกระท่อมทรงไทยยื่นลงไปที่ริมน้ำ แต่ละหลังมีเฉลียงขนาดเล็กซึ่งมีเปลญวนผูกอยู่ด้านหน้า เจ้าของรีสอร์ทผู้นี้ ยังเปิดเผยว่า เคยมีคนจะขอซื้อที่ดิน แต่ตนไม่ขายเพราะชอบบรรยายกาศที่ผสมผสานระหว่างป่ากับทะเล โดยทราบว่า หากขายแล้วเจ้าของรายใหม่จะโค่นต้นไม้ทิ้งทั้งหมดแล้วแทนที่ด้วยคอนกรีต
หลังฟูลมูนปาร์ตี้จบลง หาดริ้นนอก หรืออีกชื่อคือ Sunrise Beach ก็ถูกเก็บกวาดทำความสะอาด นักท่องเที่ยวอาศัยรถแท็กซี่ไปยังท่าเรือเฟอร์รี่ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในทุกเดือน แต่ในช่วงเวลาที่ไม่มีคลื่นมนุษย์ เสียงแห่งธรรมชาติอย่างนกและแมลงก็ถูกได้ยินอย่างแจ่มชัด การขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเกาะพะงันเป็นกิจกรรมสร้างความสุขอีกรูปแบบหนึ่ง ระหว่างทางสามารถพบเห็นสุนัขยืนมึนๆ ลิงแสมที่กินผลไม้จากผู้คนที่สัญจรไป-มา รวมถึงไก่

เซอร์จิโอ วิดัส (Sergio Vidas) ชาวโปรตุเกสที่มาเปิดร้านกาแฟ Fat Cat Coffee & More บนเกาะพะงัน กล่าวว่า บรรยากาศความเป็นธรรมชาติคือสิ่งที่น่าสนใจของเกาะนี้ ร้านนั้นตั้งอยู่ในย่านท้องศาลา ที่นี่ยังเป็นชุมชนประมงพื้นบ้านของเกาะด้วย พื้นที่เกาะพะงันเกือบครึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ แม้บางส่วนขะถูกรีสอร์ทรบกวนบ้าง แต่ด้วยภูมิประเทศแบบเนินเขา ทำให้ป่าฝนแห่งนี้ไม่ถูกทำลายจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่

ในส่วนพื้นที่ลุ่มมีหมู่บ้านตั้งอยู่หลายแห่ง ทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วยถนนสายเล็กๆ ที่ปกคลุมด้วยร่วมเงาของต้นไม้ ยังมีวัดและน้ำตกอยู่ในเส้นทาง ผู้เขียนเดินทางสลับกับหยุดพักตามร้านค้าที่เป็นเพิงเพื่อซื้อน้ำมะพราวเย็นๆ มาดื่มดับความร้อน มีจุดหนึ่งว่ากันว่าเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดบนเกาะ ต้นยางนานั้นดูราวกับยักษ์เพราะสูงถึง 177 ฟุต หรือ 54 เมตร มีอายุ 400 ปี มากกว่ากรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยเสียอีก มันให้มุมมองบางอย่างเกี่ยวกับอายุขัยของมนุษย์

“หาดแม่หาด” ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะพะงัน มีสันดอนทรายนำไปสู่โขดหิน เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง ที่นี่เป็นจุดที่นักดำน้ำนิยมมาดูปะการัง ผู้เขียนมองลอดผิวน้ำแล้วเห็นปลาหมึกกำลังคืบคลานอยู่บนพื้นในทะเล และมีปลาอื่นๆ ว่ายน้ำผ่านมันไป ด้านตะวันตกมี “หาดเซน” รายรอบด้วยสถานที่เล่นโยคะและร้านอาหารมังสวิรัติ จุดนี้เป็นที่นิยมของชาวโบฮีเมียน (Bohemian) มาดิ่มด่ำกับเกาะเล็กเกาะน้อยรอบอ่าวไทย

“หาดท้องนายปานใหญ่” ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ ผู้เขียนหยุดพักที่ Flipflop Pharmacy Bar มันให้ความรู้สึกถึงเทศกาลดนตรี Woodstock และใกล้เคียงกับบรรยากาศของเกาะภูเก็ตและเกาะสมุย เบิร์ท บูเดล (Bert Budel) เจ้าของร้าน เล่าว่า เมื่อ 23 ปีก่อนแถวนี้ไม่มีอะไรเลย ไม่มีแม้กระทั่งถนนราดยางที่เชื่อมกับย่านท้องศาลา ซึ่งต่างกับปัจจุบันที่มีที่พักเกิดขึ้นเรียงรายในลักษณะบังกะโลแนวราบ

บูเดล เฝ้ามองความเจริญของเกาะพะงันมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทุกอย่างหยุดชะงักในเดือน เม.ย. 2563 ในช่วงเริ่มต้นของสถานการณ์โควิด-19 ร้านต้องปิดไป 1 เดือน แต่ก็กลับมาเปิดอีกครั้งเพื่อให้บริการคนในพื้นที่และคนต่างถิ่นที่ตกค้าง ซึ่งในกลุ่มหลังนั้นมีหลายคนตัดสินใจปักหลักหางานทำที่เกาะนี้เสียเลย ผู้เขียนบรรยายต่อไปว่า รีสอร์ทหลายแห่งไปไม่รอดต้องปิดตัวลงจากสถานการณ์โควิด-19 แต่นักท่องเที่ยวกำลังกลับมาแล้ว เพราะนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2565 ทางการไทยได้ยกเลิกกฎการกักตัวนักท่องเที่ยว กรณีฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบตามที่วัคซีนนั้นกำหนด

Sureewat Yodpotnong เล่าว่า เคยสอนมวยไทยที่เกาะภูเก็ตอยู่ 15 ปี แต่วิกฤติโรคระบาดครั้งใหญ่ทำให้ต้องกลับไปบ้านเกิดในชนบททางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย กระทั่งเมื่อกิจการต่างๆ เริ่มกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในปี 2565 และมีเพื่อนชวนมาที่เกาะพะงัน จึงตัดสินใจมาเปิดค่ายมวย “JLM Muaythai” ขึ้นที่นี่ แม้จะเพิ่งเริ่มสอนได้ไม่กี่เดือน แต่ก็มีคนไม่น้อยทยอยกันเข้ามาเรียนแล้ว

Pui Wichitra เล่าว่า เคยเป็นนักร้องในกรุงเทพฯ อยู่ 3 ปี กระทั่งบาร์และทั้งเมืองเข้าสู่ช่วงล็อกดาวน์ การสูญเสียงานทั้งหมดทำให้ตัดสินใจเดินทางมาที่เกาะพะงันและรู้สึกตกหลุมรัก ที่นี่ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังเป็นสถานที่ทางดนตรีอีกด้วย ไม่ใช่แค่เหล่าดีเจ แต่ยังรวมถึงนักดนตรี ตนเองเพิ่งมาที่นี่ได้ไม่กี่เดือน แล้วก็เจอเพื่อนใหม่ที่มาร่วมตั้งวงดนตรี “Drifting Island” ปัจจุบันมีคิวแสดง 4-5 งานต่อสัปดาห์ นอกจากนั้นยังมีงาน open-mic nights และการแสดงที่ Jam Bar เวทีกลางแจ้งที่รายรอบด้วยป่าไผ่ ที่นั่นมีนักดนตรีหลากหลายเชาติมารวมตัวกันสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

Jam Bar ตั้งอยู่ตอนกลางของเกาะพะงัน เมื่อขับรถขึ้นไปทางทิศเหนือไม่ไกลนักจะพบกับศาลเจ้าแม่กวนอิม เทพแห่งความเมตตาตามความเชื่อของชาวจีน จากนั้นเดินทางขึ้นเหนือไปอีกจะสุดทางที่ “หาดโฉลกหลำ” ผู้เขียนระบุว่า นอกจากชายหาดจะสวยงามแล้ว ยังมีตลาดนัดวันอาทิตย์ และอาหารขึ้นชื่อของท้องถิ่นอย่างผัดไทยราดซอสมะพร้าวขายอยู่แถวท่าเรือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...