TKC โชว์งบ Q1/65 คว้ากำไร 47 ลบ. พร้อมลุยประมูลงานใหม่เสริมแกร่งรายได้
TKC ลุยเพิ่มมูลค่าธุรกิจรับเมกะเทรนด์โลก ก้าวเป็นผู้นำด้านธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาเพิ่ม Backlog ราว 3,500 ลบ. เป็นการส่งสัญญาณรอข่าวดี สำหรับงานใหม่ด้านดิจิทัลเพิ่มแบ็กล็อกทั้งภาครัฐและเอกชน ด้าน “สยาม เตียวตรานนท์” เผยเงินระดมทุนสนับสนุนความแข็งแกร่งธุรกิจ ทำให้มีความพร้อมในการเข้าไปประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ระดับหมื่นล้าน ในสายงานดิจิทัลโซลูชั่นและไซเบอร์ซีเคียวริตี้ สร้างการรับรู้รายได้ต่อเนื่องภายในปี 2565-2566 ล่าสุดเตรียมจ่อยื่นงานใหม่ด้าน Online Training ราว 500ลบ.
นายสยาม เตียวตรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC กล่าวว่า ผลประกอบการบริษัทฯ ในงวดไตรมาส 1/2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 639 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 47ล้านบาท โดยรายได้หลักแบ่งเป็นรายได้จากงานโครงการ 310 ล้านบาท รายได้จากงานบริการวิศวกรรมและบำรุงรักษา 236ล้านบาท รายได้จากการขาย 93ล้านบาท
“เป้าหมายการดำเนินงานในปี 2565 เน้นเติบโตจากศักยภาพในธุรกิจให้บริการรับเหมา ออกแบบ วางระบบ จัดหาอุปกรณ์ ติดตั้ง ทดสอบ และบำรุงรักษาระบบงานวิศวกรรมในสายงานระบบโทรคมนาคม ระบบสื่อสารข้อมูล และ ระบบความปลอดภัยสาธารณะ ที่มีความเชี่ยวชาญเกือบ 20 ปี พร้อมวางกลยุทธ์มุ่งสู่การเป็นที่หนึ่งในธุรกิจดิจิทัลโซลูชั่น ครอบคลุมด้านโทรคมนาคมและไอซีที ต่อยอดธุรกิจที่เป็นเมกะเทรนด์ในอนาคต เช่น ระบบ Smart Solutions, Smart Logistics, Cyber Security, Cloud Solutions, Drone โดยตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้นำในอีก 1-3 ปีข้างหน้า” นายสยามกล่าว
ในปี 2565 นี้ คาดว่าจะเป็นปีที่ TKC สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น จากภาพรวมอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชนพร้อมที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ปัจจุบัน TKC อยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญา เพิ่มงานคงค้างในมือ (Backlog) ราว 3,500ลบ. โดยได้รับงานเพิ่มช่วงไตรมาส 1/2565 และอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญามูลค่าราว 1,400ลบ. แบ่งประเภทของงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม, ด้านไอซีที และงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่ TKC ตั้งเป้าจะขยายกลุ่มลูกค้าในปีนี้
“ในปีนี้งานด้านสายงานเทเลคอม ค่อนข้างลงตัวเพราะเป็นงานโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนไปตั้งแต่แรก แต่ปีนี้ธุรกิจที่จะสร้างสีสันใหม่ๆ คือ New Business ที่เป็นโอกาสในการต่อยอดทำกำไร เน้น Digital ด้าน Smart Solutions เพื่อสอดคล้องไปกับเทรนด์ที่กำลังจะมา รวมทั้งความรู้และความสามารถของทีมงาน บุคลากร ที่มีความเชี่ยวชาญ มองว่าเทรนด์เทคโนโลยีมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์โควิด-19เป็นตัวเร่งทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน ต้องศึกษา เรียนรู้ เข้าใจ กับเทคโนโลยีให้ได้มากที่สุดเพื่อความอยู่รอดขององค์กร”นายสยามกล่าวทิ้งท้าย
ด้านการประมูลงานใหม่เพิ่มเติม หลังจากระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา บริษัทเพิ่มศักยภาพการแข่งขันประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ระดับ 10,000 ล้านบาท ได้มากขึ้น