ประชาคมแพทย์ เผย มติแพทยสภา 65 เสียง ต่อ 3 ยืนลงโทษ 3 หมอ คดีชั้น 14 แนะ 5 ข้อสอบหมอเวร
ประชาคมแพทย์ เผย มติแพทยสภา 65 เสียง ต่อ 3 ยืนลงโทษ 3 หมอ คดีชั้น 14 แนะ 5 ข้อสอบหมอเวร
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ครั้งที่ 6/ 2568 วันที่ 12 มิถุนายน 2568 ซึ่ง ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกคนที่ 1 ได้แถลงผลการประชุมระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา เสียงเกิน 2 ใน 3 ยืนยันมติแพทยสภา เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 กล่าวโทษแพทย์ 3 คน จากโรงพยาบาล (รพ.) ราชทัณฑ์ และ รพ.ตำรวจ ที่ให้การดูแลและส่งตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปรักษาที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ
ล่าสุด วันนี้ (12 มิถุนายน 2568) เพจประชาคมแพทย์ ได้โพสต์ขอบคุณแพทยสภา พร้อมเปิดเผยผลการออกเสียงลงมติของกรรมการแพทยสภาที่เข้าร่วมประชุม มีกรรมการที่ออกเสียงยืนยันลงโทษทั้งแพทย์ 3 คน เป็นสัดส่วน 65 ต่อ 3 ทั้งนี้ข้อความระบุว่า
ขอบคุณ แพทยสภาครับ แม้จะไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่มีคนบอกว่า คะแนนเสียง คือ 65 ต่อ 3 ครับ ประชาคมแพทย์พยายามเต็มที่แล้ว เพื่อให้เปิดเผยว่า 65 คือใคร และ 3 คือใคร ให้สาธารณชนรับทราบด้วยการรวบรวมเสียงแพทย์ 750 คน ทำหนังสือ Call for visible vote ในวาระที่สังคมและแพทย์ได้รับข่าวดี เรายังไม่ต้องพูดถึงประเด็นนี้ แต่ คงจะได้พูดในโอกาสต่อไปครับ ขอบคุณท่านอาจารย์ประสิทธิ์ เบอร์ 3 ของกรรมการแพทยสภา ที่ยังคงเป็นผู้แถลงข่าว
นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำ 5 ข้อ ต่อแพทยสภา ว่า คำแนะนำ 5 ข้อ ต่อแพทยสภา กรณี “แพทย์เวร” ในคดีชั้น 14 (ณ วันที่ 12 มิ.ย. 2568 เป็นต้นไป) แม้จะมีมติของแพทยสภาแล้ว แต่คดีนี้ยังไม่จบ ประชาคมแพทย์ขอเสนอแนวทางดำเนินการต่อไปในประเด็น “แพทย์เวร” โดยเฉพาะ มีทั้งหมด 5 ข้อ
1.ตั้งเรื่องสอบสวนแพทย์เวร ในคืนวันที่ 22 ส.ค.2566 พยาบาลได้โทรปรึกษาแพทย์เวรเรื่องอาการผู้ต้องขัง นั่นถือเป็นการให้บริการ Telemedicine ตามประกาศแพทยสภา 54/2563 โดยไม่จำเป็นว่าจงใจหรือไม่ แพทย์ผู้ให้คำแนะนำจึงต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดข้อ 4, 5 และ 9 ของประกาศฯ นี้ (หากผู้ปรึกษาเป็นพยาบาล) หรือข้อ 4 และ 5 (หากเป็นผู้บัญชาการเรือนจำ)
2.ตรวจสอบว่าใครคือแพทย์ที่ให้คำปรึกษาในคืนนั้น เสนอให้ดำเนินการ 4 ช่องทางพร้อมกัน 1) สอบถาม นพ.วัฒน์ชัย ผู้อำนวยการ รพ.ราชทัณฑ์ 2) สอบถามคุณรังสิมันต์ โรม (ปธ.กรรมาธิการความมั่นคง) 3) สอบถามนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เพื่อยืนยันข้อมูล 4) ส่งตัวแทนแพทยสภา (เช่น เลขาธิการ) เข้าร่วมรับฟังการไต่สวนของศาลฎีกาในวันที่ 13 มิ.ย.
3.เริ่มสอบสวนโดยตั้งคณะกรรมการเมื่อได้ข้อมูลยืนยัน ประชาคมแพทย์เคยเสนอไว้แล้วว่า ควรมี 5 คำถามสำคัญที่ต้องถามแพทย์เวร ซึ่งเคยเผยแพร่ผ่านเพจของเรา
4.ไม่ต้องรอผลศาลปกครอง เพราะมี “ข้อมูลใหม่” จากคำวีโต้ของสภานายกพิเศษ เมื่อ วันที่ 28 พ.ค.2568 ซึ่งถือว่าน่าเชื่อถือพอสมควร สามารถใช้ตั้งเรื่องสอบสวนได้ทันที
5.แยกบทบาท “ผู้บริหาร” ออกจาก “แพทย์” หากการให้คำแนะนำมาจากผู้อำนวยการ รพ.ราชทัณฑ์ ไม่ใช่แพทย์เวร แต่อยู่ในบริบทที่มีการพูดคุยเรื่องอาการผู้ป่วยยามวิกาล เช่น แน่นหน้าอก ความดันสูง ออกซิเจนต่ำ ก็ถือเป็น Telemedicine เช่นกัน แม้ผู้อำนวยการจะเป็นผู้บริหาร แต่เมื่อให้คำแนะนำทางการแพทย์ ก็ต้องอยู่ภายใต้ประกาศแพทยสภาเดียวกัน เช่นเดียวกัน หากเป็นแพทย์จาก รพ.ตำรวจ ก็เข้าข่ายเดียวกันทั้งหมด
เหตุผลสำคัญที่ต้องสอบสวน เพื่อรักษามาตรฐานวิชาชีพทางการแพทย์ โดยเฉพาะกรณี Telemedicine ที่แพทย์หลายคนอาจยังไม่เข้าใจดี การให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ที่มีผลต่อชีวิตผู้ป่วย ย่อมถือเป็นการประกอบวิชาชีพ หากแพทยสภาไม่แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในกรณีนี้ จะยิ่งทำให้สังคมขาดความเชื่อมั่น และทำให้ “แพทย์เวร” จากผู้บริสุทธิ์อาจกลายเป็นผู้ต้องสงสัยหรือพยานในกระบวนการที่สังคมตั้งคำถามถึงความไม่สุจริต ถึงเวลานี้ก็ไม่มีใครรู้ว่ากระบวนการ สอบสวนจะเกิดขึ้นหรือไม่และถ้าจะไม่เกิดเพราะอะไร สิ่งนี้ เป็นอันตรายต่อ ความมั่นใจ ของสังคมต่อองค์กรวิชาชีพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรรมการแพทยสภาที่เข้าประชุมครั้งนี้ มีจำนวน 69 คน จาก 70 คน แต่มีสิทธิออกเสียงได้เพียง 68 คน โดยมติในที่ประชุมเกิน 2 ใน 3 ของกรรมการที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงยืนยันกล่าวโทษแพทย์ทั้ง 3 คน ซึ่งจะมีการทำหนังสือออกคำสั่งในลำดับต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประชาคมแพทย์ เผย มติแพทยสภา 65 เสียง ต่อ 3 ยืนลงโทษ 3 หมอ คดีชั้น 14 แนะ 5 ข้อสอบหมอเวร
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th