ตลท. ยันเกาะติดข่าวตะวันออกกลางใกล้ชิด พร้อมออกมาตรการดูการซื้อขายหากมีเหตุฉุกเฉิน
ตลท. ยันเกาะติดข่าวตะวันออกกลางใกล้ชิด พร้อมออกมาตรการดูการซื้อขายหากมีเหตุฉุกเฉิน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มิ.ย. 68 16:05 น.
ตลาดหลักทรัพย์ ยันพร้อมเกาะติดสถานการณ์ตปท.ใกล้ชิด เตรียมพร้อมออกมาตรการระยะสั้นดูแลการซื้อขาย หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ด้านไทยเตรียมเจรจาภาษีกับทรัมป์ คาดผลลัพธ์ออกมาดีเป็นบวกต่อหุ้นไทย
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ผิดปกติ โดยในปัจจุบันมองว่ายังไม่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งหากมีเหตุการณ์ดังกล่าวจะพิจารณาออกมาตรการระยะสั้นให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ เพื่อให้ให้นักลงทุนสามารถซื้อขายได้ตามปกติ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ต่าง ๆ ยังมีความผันผวนมาก เช่น การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน แม้จะบรรลุข้อตกลงการค้าไปแล้ว แต่สถานการณ์ยังเปลี่ยนตลอดเวลา
"ปัจุบันยังไม่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน แต่เรามอนิเตอร์เหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งสิ่งสำคัญคือการให้นักลงทุนซื้อขายได้ตามปกติ คล่องตัวสำหรับเข้าออก แต่ถ้ามีเหตุการณ์กระทันหันหรือรุนแรง เราจะมีมาตรการที่ชะลอหรือช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจ" นายอัสสเดชกล่าว
สำหรับมาตรการระยะสั้นที่จะใช้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เช่น เหตุการณ์ Liberation Day ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงตลาดหลักทรัพย์ปิดทำการ ทำให้มีเวลาตัดสินใจว่าจะต้องมีมาตรการใดเป็นพิเศษ เพื่อชะลอการตัดสินใจของนักลงทุน และมีเวลาในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยการตัดสินใจออกมาตรการใด ๆ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะพิจารณาจากข้อมูลที่มีความชัดเจนและถูกต้องเพื่อตัดสินใจในกระบวนการต่าง ๆ ระยะสั้นที่จำเป็น
ทั้งนี้หลังเหตุการณ์ Liberation Day ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศบังคับใช้การปรับหลักเกณฑ์ชั่วคราวมีผลตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2568 และไม่เกินวันที่ 11 เมษายน 2568 โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะติดตามภาวะตลาดต่อเนื่องทุกวัน พร้อมปรับเปลี่ยนเกณฑ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ได้แก่
1. ปรับ Ceiling & Floor สำหรับทั้ง SET, mai และ TFEX เกี่ยวกับราคาเสนอซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด (Ceiling & Floor) สำหรับการซื้อขายในแต่ละวันข้างต้น จะไม่ใช้บังคับกับการซื้อขาย DR และ DRx
2. ปรับกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band เป็นรายหลักทรัพย์ จากเดิม 10% จากราคาซื้อขาย ล่าสุดของหลักทรัพย์นั้น เป็น 5% จากราคาซื้อขายล่าสุดของหลักทรัพย์นั้น และ 3. ห้ามการขายชอร์ตทุกหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว ยกเว้น Market Maker สำหรับ SET, mai และ TFEX
สำหรับกรณีการเจรจาภาษีศุลกากรสินค้านำเข้า (Trariff) ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ยืดระยะเวลาการใช้มาตรการดังกล่าวไป 90 วัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดหวังว่าผลการเจรจาจะมีทิศทางเป็นบวกต่อตลาดทุนไทย
เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ