โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เกาหลีใต้จากประเทศล้ม “ต้มยำกุ้ง” สู่มหาอำนาจด้านชิป Semiconductor

Finnomena

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 03.46 น. • Park Kathawut

เส้นทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเกาหลีใต้ สู่การเป็นแถวหน้าของฮับการผลิตชิป Semiconductor อะไรทำให้เกาหลีใต้เดินทางมาถึงจุดนี้ จากลูกหนี้รายใหญ่ของ IMF พลิกฟื้นสู่การเป็น Top Tier ของโลกด้าน AI

เกาหลีใต้มหาอำนาจด้านชิป Semiconductor

เวลานี้ถ้าจะนึกถึงผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ชื่อของเกาหลีใต้คือหนึ่งในประเทศแถวหน้าของโลก ด้วยการครองส่วนแบ่งตลาดชิปหน่วยความจำ (Memory Chips) มากกว่า 60% ของโลก ภายใต้การนำของบริษัทสัญชาติเกาหลีอย่าง Samsung และ SK Hynix ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมตั้งแต่ DRAM, NAND Flash ไปจนถึง AI Chips ขั้นสูง

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้… ดินแดนกิมจิเคยเดินสะดุดล้มกับวิกฤตการเงินในปี 1997 ซึ่งก็คือเหตุการณ์ต้มยำกุ้งที่เริ่มต้นจากประเทศไทย และสั่นสะเทือนไปทั่วเอเชีย แต่เกาหลีใต้กลับสามารถพลิกฟื้นประเทศได้ในเวลาอันรวดเร็ว กลายเป็น Case Study ที่น่าสนใจในการพลิกฟื้นประเทศ

อยากลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ มีกองทุนให้เลือก เช่น SCBKEQTG (Passive) และ DAOL-KOREAEQ (Active) โดยสามารถซื้อได้ง่าย ๆ ผ่านแอป Finnomena

Timeline เส้นทางการพัฒนาอุตสาหกรรมชิปของเกาหลีใต้

ยุค 60s – 80s: เริ่มต้นสู่อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

เกาหลีใต้เริ่มต้นพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศ จากการเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนพื้นฐานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ วิทยุ และโทรทัศน์ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลผ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี พร้อมตั้งเป้าหมายระยะยาวยกระดับประเทศสู่ผู้ผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง

ปี 1983: Samsung เป็นหัวหอกบุกผลิต DRAM

Samsung ประกาศเข้าสู่ตลาด DRAM (Dynamic RAM) และสามารถผลิต 64K DRAM ได้สำเร็จในปีเดียวกัน ทำให้เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ 3 ของโลกที่พัฒนาเทคโนโลยีนี้ได้ต่อจากสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

ปี 1992: เป็นฐานการผลิต Memory Chips ที่สำคัญของโลก

Samsung ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลกในตลาด DRAM ส่วน LG และ Hyundai Electronics (ปัจจุบันคือ SK Hynix) ก็มีบทบาทสำคัญในตลาดหน่วยความจำ ทำให้เกาหลีใต้เริ่มถูกจับตาในฐานะศูนย์กลางชิปหน่วยความจำ

ปี 1997: เจอวิกฤตต้มยำกุ้ง

เผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเงินครั้งใหญ่ ประเทศขาดสภาพคล่องในระบบการเงิน ต้องกู้เงินจาก IMF เป็นวงเงินรวมประมาณ 58,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นแพ็กเกจช่วยเหลือที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนั้น

ปี 1998–2005: ฟื้นตัวจากวิกฤต ด้วยการปฏิรูปเชิงลึก

เกาหลีใต้รับความช่วยเหลือจาก IMF และใช้โอกาสนี้ปฏิรูปเศรษฐกิจทั้งระบบ ลดการผูกขาดของกลุ่ม Chaebol เสริมความโปร่งใส เปิดเสรีตลาดการเงิน พร้อมเร่งลงทุนในเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล คู่กับการสร้าง Soft Power ไปด้วยกัน

ปี 2019: เริ่มยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ

รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศ National Strategy for Artificial Intelligence ตั้งเป้าสู่การเป็น Top Tier ของโลกด้าน AI ภายในปี 2030 ด้วยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI เสริมสร้างบุคลากร และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ปี 2022: ประกาศนโยบาย Korea Digital Strategy

เปิดตัวนโยบาย Korea Digital Strategy ให้ชาวเกาหลีทุกคนเข้าถึงและใช้งาน AI จริงจริงภายในปี 2025 เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติที่ยกระดับ AI จากภาคอุตสาหกรรม สู่การเป็นวาระของคนทั้งชาติ

ปี 2024: ยกระดับ Semiconductor Hub สู่ AI Superpower

เกาหลีใต้ลงทุนมากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในเทคโนโลยี AI ภายในปี 2027 พร้อมพัฒนาโครงการคลัสเตอร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ รวมศูนย์วิจัย การผลิต และการศึกษา รวมทั้งสนับสนุน R&D โดยให้เครดิตภาษีสูงสุดถึง 50% เพื่อจูงใจภาคเอกชน

ในวันนี้ Samsung และ SK Hynix คือผู้นำโลกในตลาดหน่วยความจำ ครองส่วนแบ่งตลาด DRAM และ NAND Flash พร้อมทั้งกำลังก้าวสู่ผู้นำด้านชิป AI (เช่น HBM3E) เพื่อรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น Generative AI และรถยนต์ไร้คนขับ

เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของประเทศที่สามารถเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ใช้เทคโนโลยีและวิสัยทัศน์ระยะยาวเพื่อสรรค์สร้างอนาคต จากจุดที่เกือบล้มละลาย สู่อุตสาหกรรมที่ทั้งโลกต้องพึ่งพา

Source: InvestKorea, Futurum, Korea.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...