โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

DRT รุกขยายตลาดภูมิภาคอาเซียนเพิ่มสัดส่วนส่งออก เตรียมเดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์โรงงานอิฐมวลเบาแห่งใหม่

Positioningmag

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 06.01 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 05.59 น. • PR News

“บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT” ประเมินแนวโน้มตลาดวัสดุก่อสร้างและตกแต่งในประเทศไตรมาส 3/2568 ยังชะลอตัวจากการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซัน เดินหน้าขยายตลาดภูมิภาคอาเซียนรับเศรษฐกิจขยายตัว วางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ส่งออกเป็น 20-25% ของรายได้รวมในปีนี้ ขณะที่การขยายโรงงานอิฐมวลเบา ACC-2 จังหวัดสระบุรี กำลังการผลิต 163,000 ตันต่อปี เตรียมเดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์ในเดือนกันยายนนี้ ช่วยเพิ่มศักยภาพและความหลากหลายในการผลิตสินค้า รวมถึงยังช่วยเพิ่มโอกาสขยายตลาดงานโครงการภาครัฐและมีต้นทุนผลิตต่อหน่วยลดลง เล็งส่งออกไปตลาดต่างประเทศ
นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์และบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์ บอร์ดตกแต่งผนัง อิฐมวลเบา บริการติดตั้งโครงหลังคาสำเร็จรูปและกระเบื้องหลังคา, พื้น บันได และผนังพร้อมบริการติดตั้ง 'SPC Solutions' แบบครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างและตกแต่งในประเทศช่วงไตรมาส 3/2568 ยังมีแนวโน้มชะลอตัวเนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนที่เป็นโลว์ซีซันของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ตลาดส่งออกยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตและตลาดให้การยอมรับในคุณภาพและแบรนด์สินค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่งจากประเทศไทย


ปัจจุบันบริษัทฯ มีคำสั่งซื้อสินค้าจากตลาดในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มไม้สังเคราะห์ บอร์ด และมีแผนนำเสนอสินค้าอิฐมวลเบาเข้าสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้าน โดยชี้ให้เห็นถึงจุดเด่นด้านน้ำหนักที่เบากว่า ก่อได้ง่ายรวดเร็ว เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่กว่าและยังมีคุณสมบัติการกันเสียงและกันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DRT กล่าวอีกว่า บริษัทฯ เตรียมเดินเครื่องจักรเชิงพาณิชย์โรงงานอิฐมวลเบาแห่งใหม่ ACC-2 จังหวัดสระบุรีในเดือนกันยายนนี้ ปัจจุบันติดตั้งเครื่องจักรแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างทดสอบการผลิต ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมด้านการผลิตสินค้าได้ทันกับความต้องการ มีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลงและลดการสูญเสียในกระบวนการผลิตได้ดียิ่งขึ้น โดยโรงงานอิฐมวลเบา ACC-2 จะเพิ่มโอกาสขยายตลาดงานโครงการภาครัฐจากการผลิตสินค้าได้หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการจากโครงการก่อสร้างภาครัฐและภาคเอกชน
โรงงานอิฐมวลเบา ACC-2 ใช้งบลงทุน 648 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 163,000 ตันต่อปี หรือประมาณ 2.9 ล้านตารางเมตรต่อปี เมื่อรวมกับกำลังการผลิตอิฐมวลเบาในปัจจุบันที่โรงงานสระบุรีและเชียงใหม่ 5.8 ล้านตารางเมตร ต่อปี ซึ่งมีอัตราการเดินเครื่องจักรเกือบเต็มกำลังการผลิตในช่วงที่ผ่านมา จะส่งผลให้มีกำลังการผลิตอิฐมวลเบารวมเพิ่มขึ้นเป็น 8.7 ล้านตารางเมตรต่อปี
โรงงานดังกล่าวใช้เทคโนโลยีการผลิต The Green Cake Separating Technology โดยจะแยกอิฐมวลเบาก่อนเข้ากระบวนการอบ ช่วยลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตและเป็นโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีระบบดักฝุ่น หมุนเวียนไอน้ำและไอร้อนกลับมาใช้ การนำน้ำกลับมาใช้ในกระบวนการผลิต นอกจากนี้ ยังได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001 และ Green Industry Level 3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...