โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"นักวิชาการธรรมศาสตร์" อ่านเกมคลิปเสียงปิดประตูเจรจาลับการทูต เชื่อ "กัมพูชา" ยังมีไพ่เด็ดอีก 4 ใบในศาลโลก

สยามรัฐ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.23 น.

วันที่ 19 มิถุนายน 2568 ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า การปล่อยคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีประเทศไทย กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพรวมการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดน ไทย–กัมพูชา ในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่กัมพูชากำลังเดินเกมส่งเรื่องข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาของศาลโลก

ทั้งนี้ เนื่องจากคลิปเสียงดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นภายในของทีมประเทศไทยด้วยกันเอง เพราะมีความเป็นไปได้ว่าการยกหูโทรศัพท์ต่อสายพูดคุยกับสมเด็จฮุน เซน เป็นการตัดสินใจของ น.ส.แพทองธารโดยลำพัง ไม่ผ่านการปรึกษาจากคณะทำงานร่วม ตรงนี้สะท้อนผ่านท่าทีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ดูสับสนและไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดในช่วงแรก

มากไปกว่านั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ยังถือเป็นการปิดตายประตูการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างผู้นำไทยปัจจุบันและกัมพูชา เพราะความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่อกันได้ถูกทำลายลงแล้ว ทั้งที่การเจรจาในทางลับถือเป็นเรื่องปกติทางการทูต เพื่อบริหารจัดการความขัดแย้งให้เข้าสู่ภาวะปกติ

ผศ. ดร.ธนภัทร กล่าวต่อไปว่า หนึ่งในเหตุจูงใจของการปล่อยคลิปเสียง อาจมาจากความต้องการสร้างคะแนนนิยมของสมเด็จฮุน เซน เพื่อทำให้ประชาชนในกัมพูชาเห็นว่าตนอยู่ในสถานะที่เหนือกว่านายกรัฐมนตรีของไทย ทำให้นายกรัฐมนตรีไทยที่ต้องอ่อนน้อมและเป็นฝ่ายเข้าหาตน อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงความขึงขัง เอาจริงเอาจัง และเด็ดขาดในการเจรจาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ มากกว่าการให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีต่อผู้นำรัฐบาลไทย ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นที่สมเด็จฮุน เซน กำลังโดนข้อครหาจากหลายฝ่ายในประเทศ

ด้าน ดร.ภัทรพงษ์ แสงไกร อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หากมองเกมยาวต่อสถานการณ์ที่กัมพูชากำลังยื่นเรื่องข้อพิพาท 4 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณช่องบก ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย เข้าสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องอ่านเกมให้ขาดว่ากัมพูชาต้องการอะไร และมีไพ่อะไรบ้างอยู่ในมือบ้าง ส่วนตัวคิดว่ากัมพูชาน่าจะถือไพ่อยู่ในมือหลายรูปแบบ แต่จากสถานการณ์ ณ วันนี้ คิดว่าไทยควรโฟกัสไพ่เพียง 4 ใบ น่าจะเพียงพอ ประกอบด้วย

ไพ่ใบที่ 1 เรียกว่า forum prorogatum คือการยื่นเรื่องเข้าสู่ศาลโลก ทั้งที่รู้ว่าศาลโลกไม่มีเขตอำนาจ เพราะไทยไม่ได้ให้ความยินยอม โดยข้อดีของกรณีคือกัมพูชาจะได้ภาพลักษณ์ว่าเป็นประเทศที่ยึดหลักสันติวิธี เคารพกฎหมาย เคารพกระบวนการยุติธรรม เป็นการสร้างความชอบธรรมในสายตานานาประเทศและช่วยสร้างคะแนนนิยมในประเทศให้รัฐบาลด้วย ถ้ากัมพูชาเล่นไพ่ใบนี้จะเป็นการง่ายสำหรับไทยเพราะรัฐบาลไทยผ่านกระทรวงการต่างประเทศ สามารถส่งหนังสือยืนยันว่าศาลไม่มีเขตอำนาจในข้อพิพาทนี้ กระบวนการทั้งหมดจะยุติแค่นั้น ไม่มีคดีเกิดขึ้น ไม่มีข้อมูลในสารบบความของศาล แต่ไทยอาจจะต้องอธิบายกับนานาชาติด้วยว่ากลไกอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว ทำงานได้ดีกว่าการไปศาลอย่างไรบ้าง

ไพ่ใบที่ 2 คือการยื่นฟ้อง โดยอ้างหลักฐานบางอย่างว่าไทยให้ความยินยอม ไพ่ใบนี้จะทำให้กัมพูชาได้เปรียบไทยขึ้นมา เพราะหากกัมพูชาสามารถแสดงหลักฐานอะไรบางอย่างได้ว่าไทยยินยอมให้นำข้อพิพาทไปศาลโลกจะทำให้เกิดคดีขึ้น และเข้าสู่สารบบความของศาล ด้วยเหตุนี้จะส่งผลให้ไทยอาจจะต้องไปแถลงการณ์สู้คดีในศาลจริงๆ แม้ในท้ายที่สุดศาลจะตัดสินว่าไทยชนะ เพราะศาลไม่มีเขตอำนาจ แต่อย่างน้อยๆ กัมพูชาก็จะได้ไปขึ้นศาลจริงๆ ตามที่ต้องการ

“ข้อดีที่เพิ่มมาจากไพ่ใบแรกคือกัมพูชาจะมีสิทธิร้องขอคำสั่งมาตรการคุ้มครองชั่วคราวในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน สำหรับไทยอาจจะต้องเตรียมรับมือให้ดี ไม่ควรประมาท จากข้อมูลที่สามารถสืบค้นได้ทั่วไป ณ ขณะนี้ ส่วนตัวยังคิดว่าถ้ากัมพูชาเล่นไพ่ใบนี้จริงๆ ไทยน่าจะชนะ เพราะศาลไม่มีเขตอำนาจ แต่เราต้องไม่ประมาท” ดร.ภัทรพงษ์ กล่าว

ไพ่ใบที่ 3 คือการตีความคำพิพากษาคดีพระวิหาร ทั้งคำพิพากษาคดี ปี ค.ศ. 1962 และปี ค.ศ. 2013 ซึ่งคู่ความในคดีมีสิทธิตามธรรมนูญศาล สามารถร้องขอให้ศาลตีความคำพิพากษาในกรณีที่มีข้อพิพาทกันในเรื่องความหมายหรือขอบเขตของคำตัดสิน ถ้ากัมพูชาจะเล่นไพ่ใบนี้ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าข้อพิพาทใหม่ในเรื่องพื้นที่ 4 แห่ง เกี่ยวข้องอย่างไรกับคำพิพากษาเดิม การเตรียมตัวของไทยก็เหมือนไพ่ใบที่สอง ต้องเตรียมตัวสู้คดีอย่างเต็มที่ ไม่ประมาท

ไพ่ใบที่ 4 คือการนำเรื่องเข้าสมัชชาองค์การสหประชาชาติ (UNGA) โดยอ้างว่ามีเหตุการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา จนอาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคง และสันติภาพระหว่างประเทศ UNGA มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ยังมีอำนาจในการร้องขอให้ศาลโลกออกความเห็นเชิงแนะนำ (advisory opinion) เกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายที่อยู่ภายในขอบเขตหน้าที่ของ UNGA แต่เดิมกลไกการร้องขอความเห็นนี้ไม่ได้ออกแบบมาใช้เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ

ทว่า ในปัจจุบันหลายๆ ประเทศหันมาใช้กลไกนี้เพื่อระงับข้อพิพาท เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาว่าศาลโลกไม่มีเขตอำนาจ และเมื่อ UNGA ร้องขอความเห็นไป ศาลโลกก็ได้ออกความเห็นทางกฎหมายมา เพราะถือว่าอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของ UNGA

“ส่วนตัวคิดว่าไพ่ใบนี้จะทำให้กัมพูชาได้เปรียบมาก เพราะสามารถยกระดับข้อพิพาทให้ไปสู่เวทีโลก สร้างความสนใจจากนานาชาติ และในท้ายที่สุดอาจจะไปถึงกระบวนการที่ศาลต้องพิจารณาเรื่องพื้นที่พิพาทอย่างที่กัมพูชาต้องการ แน่นอนว่ากัมพูชาจะต้องล็อบบี้ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติอย่างแข็งขัน เพื่อให้เสียงข้างมากมาลงมติเพื่อร้องขอความเห็นต่อศาล ฝ่ายไทยจะต้องเตรียมตัวต้องรับให้รัดกุมที่สุด” ดร.ภัทรพงษ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...