โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

PBOC แนะ 'สี' กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม 2.09 แสนล้านดอลล์ รับมือภาษีทรัมป์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 23.58 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 07.30 น.

เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญความท้าทายที่รุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือนเม.ย. 2025 หลังจากสหรัฐอเมริกาขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน ซึ่งนักวิชาการจำนวนมากระบุว่าเป็น "ความท้าทายเพิ่มเติม" จากปัญหาเงินฝืดที่จีนเผชิญอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว สถานการณ์ภายในประเทศยังคงมีความน่าเป็นห่วง โดย “ตลาดอสังหาริมทรัพย์” ยังคงไม่ฟื้นตัวและธุรกิจจำนวนมากต้องลดราคาสินค้าและบริการเพื่อรักษาลูกค้า ซึ่งสร้างแรงกดดันเงินฝืดเพิ่มเติม

“หวาง อี่ผิง” สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน ร่วมกับ “กั๋ว ไค” อดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางจีน รวมทั้ง “อัลเฟรด ชิปเก” ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกแห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เสนอให้รัฐบาลจีนเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1-1.5 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 2.09 แสนล้านดอลลาร์ ภายใน 12 เดือน เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายของครัวเรือนและลดผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐ ที่อยู่ในระดับ 20-30%

บทวิเคราะห์ของบลูมเบิร์ก เผยว่า ขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้มีขนาดใหญ่กว่ามาตรการปัจจุบันซึ่งอยู่ที่เพียง 3 แสนล้านหยวน หรือประมาณ 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ที่รัฐบาลกลางวางแผนไว้ในปีนี้ผ่านการออกพันธบัตรรัฐพิเศษระยะยาวเพื่อเงินอุดหนุนการซื้อสินค้าของผู้บริโภค

นักวิชาการกลุ่มนี้เห็นว่าธนาคารกลางจีนยังมีพื้นที่ในการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม และควรแนะนำธนาคารพาณิชย์ให้ลด Loan Prime Rate เพื่อสร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในเชิงมูลค่า ซึ่งมีความสำคัญต่อกำไรของบริษัทต่างๆ นอกจากนี้ ธนาคารกลางควรรักษาความยืดหยุ่นของเงินหยวนในระดับที่เพียงพอเพื่อรับมือกับแรงกระแทกจากภายนอกในอนาคต

ทั้งนี้ Loan Prime Rate คือ อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ธนาคารพาณิชย์ใช้เป็นฐานในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับลูกค้าที่มีคุณภาพสินเชื่อดีที่สุด

ในระยะยาว รัฐบาลจีนจำเป็นต้องขยายฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและลดความซับซ้อนของโครงสร้างภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปที่จะรับประกันความยั่งยืนของฐานะทางการคลัง นักวิชาการยังเรียกร้องให้มีการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อให้กับวิสาหกิจขนาดเล็กและกลาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของธนาคารในการให้สินเชื่อแก่ภาคการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัญหาสินเชื่อวิสาหกิจขนาดเล็กและกลาง

หลังจากรัฐบาลส่งเสริมนโยบายการให้สินเชื่อแก่วิสาหกิจขนาดเล็กและกลางและการขยายกำหนดเวลาชำระหนี้คืนสินเชื่อคงค้าง (Outstanding Loads) ให้กับกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นเป็น 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของจีน จากระดับ 37% ในปี 2019 และมีมูลค่าสูงกว่าสินเชื่อที่ให้กับหน่วยงานจัดหาเงินทุนของรัฐบาลท้องถิ่น สถานการณ์นี้สร้างความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในระบบการเงินและการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ

นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าปักกิ่งจะผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อปกป้องเศรษฐกิจจากการตกต่ำที่อาจเกิดขึ้นในภาคการส่งออกจากภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และการเข้มงวดของวอชิงตันในการตรวจสอบการส่งสินค้าผ่านเส้นทางอ้อมของจีน (Transshipping) ข้อเสนอแนะของนักวิชาการกลุ่มนี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อรับมือกับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศที่เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...