โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

พริกปกติกับพริกเจ็ดสีต่างกันตรงไหน?

conomi

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • conomi.co

ผู้อ่านทุกคนไม่ทราบว่าสามารถอธิบายแยกความแตกต่างระหว่าง “พริกปกติ” หรือ “อิจิมิโทการาชิ” (Ichimi Tougarashi = 一味唐辛子) กับ “พริกเจ็ดสี” หรือ “ชิจิมิโทการาชิ” (Shichimi Tougarashi = 七味唐辛子) ได้อย่างชัดเจนกันไหมคะ?

หลายคนอาจจะคิดว่า พริกปกติ หรือ อิจิมิโทการาชิ คือ พริกป่นเพียว ๆ ส่วน พริกเจ็ดสี หรือ ชิจิมิโทการาชิ คือพริกป่นที่นำส่วนผสมของเครื่องเทศ 7 ชนิดมาผสมรวมกัน แต่จริง ๆ แล้วมันลึกซึ้งกว่านั้นเยอะค่ะ! ดังนั้นบทความในครั้งนี้เราจะมาอธิบายลักษณะเด่นของพริกปกติและพริกเจ็ดสีอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีการใช้คู่กับอาหารที่เชื่อว่าเมื่อผู้อ่านทราบและเข้าใจกันเป็นอย่างดีแล้วจะช่วยทำให้สามารถเพลิดเพลินไปกับรสชาติ และเสน่ห์ของเจ้าพริกป่นทั้งสองแบบนี้ได้อย่างเต็มที่กันค่ะ

“พริกปกติ” หรือ “อิจิมิโทการาชิ” คืออะไร?

chili1 พริก

พริกปกติ หรือ อิจิมิโทการาชิ คือ เครื่องปรุงรสที่ทำมาจากการนำพริกแห้งมาบดละเอียดเป็นผง ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้มีเพียงแค่พริกเท่านั้น ดังนั้นรสชาติของพริกชนิดนี้จึงมีลักษณะเด่นที่ให้รสเผ็ดจัดจ้านแบบตรง ๆ ไม่ปรุงแต่งอะไรเพิ่มเติมเลย โดยการผลิตพริกชนิดนี้อาจใช้พริกหลากหลายชนิด เช่น พริกขี้หนูญี่ปุ่น พริกแดงทั่วไป พริกฮาบาเน่โร หรือ พริกฮาลาเปญโญ่ มาผลิตได้ ซึ่งระดับความเผ็ดก็จะแตกต่างกันไปตามชนิดของพริกที่ถูกนำมาใช้นั้นเองค่ะ

“พริกเจ็ดสี” หรือ “ชิจิมิโทการาชิ” คืออะไร?

chili2 พริกเจ็ดสี

พริกเจ็ดสี หรือ ชิจิมิโทการาชิ คือ เครื่องปรุงรสชนิดผงที่ทำมาจากการผสมของพริกป่นกับเครื่องเทศหรือสมุนไพรต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยพริกเจ็ดสีถือว่าเป็นเครื่องปรุงรสสัญชาติญี่ปุ่นที่มีจุดเด่นอยู่ที่กลิ่นหอมและรสชาติที่หลากหลาย โดยชื่อพริกเจ็ดสีเป็นเพียงชื่อเรียกรวมของเครื่องเทศหรือสมุนไพรที่นำไปผสมกันเท่านั้น ดังนั้นส่วนผสมของเครื่องเทศและสมุนไพรที่ใช้ ในความเป็นจริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีแค่ 7 ชนิดเสมอไป! จะมีเพียง 5 ชนิดหรือมากถึง 9 ชนิดก็ยังเรียกว่าพริกเจ็ดสีได้เหมือนกัน ในส่วนของเครื่องเทศและสมุนไพรต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตพริกเจ็ดสีนอกเหนือจากพริกป่นปกติแล้วส่วนผสมเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามผู้ผลิต แต่ที่นิยมใช้กันบ่อย ๆ ได้แก่ พริกไทยญี่ปุ่น (ซันโช) เมล็ดป่าน เมล็ดฝิ่น งาขาว งาดำ เปลือกส้มแห้ง ใบชิโสะ และสาหร่ายเขียว เป็นต้น โดยเครื่องเทศแต่ละชนิดจะมีรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมื่อนำมาผสมรวมกันจะทำให้เกิดกลิ่นหอมที่กลมกล่อมและสมดุลนั้นเองค่ะ

chili3 เครื่องเทศ

พริกปกติกับพริกเจ็ดสีแบบไหนมีรสชาติที่เผ็ดกว่ากัน?

chili4 พริกเจ็ดสี

โดยทั่วไปแล้วพริกปกติจะเผ็ดกว่าพริกเจ็ดสี เนื่องจากใช้แค่พริกเพียงอย่างเดียว ความเผ็ดจึงรับรู้ได้โดยตรง และเมื่อเทียบกับพริกเจ็ดสีที่มีการผสมเครื่องเทศและสมุนไพรต่าง ๆ แล้ว พริกปกติจะมีสัดส่วนของพริกมากกว่าจึงให้ความเผ็ดที่เด่นชัดกว่า อย่างไรก็ตามความเผ็ดนั้นขึ้นอยู่กับ “ชนิดของพริกที่ใช้” ด้วย ดังนั้นในบางครั้งพริกเจ็ดสีอาจเผ็ดกว่าพริกปกติก็เป็นได้ค่ะ

ถ้าอยากเพิ่มความเผ็ดแนะนำให้นึกถึงพริกปกติ

food1

พริกปกติเหมาะสำหรับเวลาที่ต้องการเพิ่มความเผ็ดแบบจัดจ้าน เช่น ในอาหารจีนอย่างผัดเต้าหู้ทรงเครื่อง กุ้งผัดพริก หรือในอาหารเกาหลีอย่างพิซซ่าเกาหลี ซุปหม้อไฟกิมจิ ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี แม้หลายคนจะไม่ค่อยรู้แต่พริกปกติก็สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องเทศสำหรับใส่ในแกงกะหรี่ญี่ปุ่นได้ด้วยเช่นกันนะคะ

ถ้าอยากเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้เลือกใช้พริกเจ็ดสีแทน

food2

พริกเจ็ดสีเหมาะสำหรับเวลาที่ต้องการสนุกกับรสชาติและกลิ่นซึ่งเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับอาหารญี่ปุ่น เช่น ข้าวหน้าเนื้อวัว ข้าวหน้าไก่และไข่หรือโอยาโกะด้ง ซุปหมูทงจิรุ และผัดรากบัวแบบญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสีสันให้กับอาหารประเภทเส้นอย่างโซบะหรืออุด้งที่รสชาติและหน้าตาสีสันอาจจะดูเรียบง่ายเกินไปให้มีสีสันเพิ่มมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นพริกเจ็ดสียังเหมาะสำหรับนำไปโรยหน้าทานคู่กับอาหารที่นิยมทำเป็นกับแกล้มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น โรยบนไก่ย่างหรือซุปเครื่องในตุ๋นอีกด้วยค่ะ

food3

แม้ว่าพริกทั้งสองประเภทนี้เรามักจะนิยมใช้กันอย่างไม่ได้คิดอะไรมากนักในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าเราเลือกใช้ให้เป็นก็จะช่วยเพิ่มรสชาติที่เหมาะกับอาหารแต่ละจานให้ดีมากขึ้นได้แน่นอนค่ะ โดยขอให้จำหลักการง่าย ๆ ว่า “ถ้าอยากเพิ่มความเผ็ดให้ใช้พริกปกติ” และ “ถ้าอยากเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติให้ใช้พริกเจ็ดสี” นะคะ

สรุปเนื้อหาจาก : macaro-ni.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...