โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มะเดื่อ ผลไม้มากประโยชน์ กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์เต็มที่

sanook.com

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • Sanook
มะเดื่อ ผลไม้รสหวานอุดมสารอาหาร กินอย่างไรให้ร่างกายได้รับคุณค่าครบถ้วน พร้อมเคล็ดลับเลือกและกินให้ดีต่อสุขภาพ

มะเดื่อ หรือ มะเดื่อฝรั่ง (Fig) เป็นผลไม้ที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยนักในประเทศไทย แต่กลับเป็นที่นิยมอย่างมากในหลายประเทศทั่วโลก ไม่เพียงเพราะรสชาติที่หวานละมุน เนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ และรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่มะเดื่อยังอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ทางโภชนาการที่น่าทึ่ง แล้วมะเดื่อกินได้ไหม? และควรกินอย่างไรเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด? บทความนี้มีคำตอบ

  • ใยอาหารสูง: มะเดื่ออุดมไปด้วยใยอาหารทั้งชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้

  • อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ: มะเดื่อมีสารฟีนอล ฟลาโวนอยด์ และแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยปกป้องเซลล์ร่างกายจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ รวมถึงโรคมะเร็ง

  • แหล่งแร่ธาตุสำคัญ: มะเดื่อเป็นแหล่งที่ดีของแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น

  • โพแทสเซียม: ช่วยควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย และลดความดันโลหิต

    • แคลเซียม: จำเป็นต่อกระดูกและฟันที่แข็งแรง
    • แมกนีเซียม: ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
    • เหล็ก: สำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันภาวะโลหิตจาง
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: แม้จะมีรสหวาน แต่มะเดื่อมีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ปานกลาง และใยอาหารที่สูงช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลไม่พุ่งสูงเร็วเกินไป ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน (แต่ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม)

  • บำรุงหัวใจและหลอดเลือด: ใยอาหารและโพแทสเซียมในมะเดื่อช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และควบคุมความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

  • บำรุงกระดูก: มีทั้งแคลเซียมและโพแทสเซียม ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อความหนาแน่นของมวลกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

กินมะเดื่ออย่างไรให้ได้ประโยชน์เต็มที่

  • กินมะเดื่อสดเป็นของว่าง: เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและได้รับสารอาหารครบถ้วน เพียงล้างให้สะอาดแล้วกัดกินได้ทั้งเปลือก
  • ใส่ในสลัด: เพิ่มรสชาติและเนื้อสัมผัสให้กับสลัดผักของคุณ มะเดื่อสดเข้ากันได้ดีกับชีสแพะ ถั่ววอลนัท และน้ำสลัดบัลซามิก
  • จับคู่กับชีสและถั่ว: เป็นการจับคู่คลาสสิกที่ลงตัว ทั้งอร่อยและได้โปรตีนและไขมันดี
  • ใช้ทำสมูทตี้: เพิ่มความหวานตามธรรมชาติและใยอาหารให้กับสมูทตี้ของคุณ
  • ใส่ในโยเกิร์ตหรือกราโนล่า: เป็นอาหารเช้าหรือของว่างที่อุดมด้วยสารอาหาร
  • ทำแยมหรือซอสมะเดื่อ: แม้จะมีการเติมน้ำตาลบ้าง แต่ก็ยังคงได้ประโยชน์จากเนื้อมะเดื่อ
  • ใช้มะเดื่อแห้งในเบเกอรี่: เช่น ขนมปัง เค้ก มัฟฟิน หรือใส่ในซีเรียลและโอ๊ตมีล
  • รับประทานมะเดื่อแห้งเป็นของว่าง: เมื่อรู้สึกอยากของหวาน หรือต้องการพลังงานระหว่างวัน

ข้อควรระวัง: แม้มะเดื่อจะมีประโยชน์ แต่หากการรับประทานมะเดื่อในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจจะทำให้ท้องร่วงได้ อีกทั้งมะเดื่อมีน้ำตาลตามธรรมชาติอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะมะเดื่อแห้งที่มีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงกว่ามะเดื่อสด ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ และผู้ป่วยเบาหวานควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนบริโภคในปริมาณมาก

มะเดื่อไม่ได้เป็นเพียงผลไม้แปลกตา แต่เป็นซูเปอร์ฟู้ดจากธรรมชาติที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง การเพิ่มมะเดื่อเข้ามาในมื้ออาหารหรือเป็นของว่างประจำวัน จะช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นและส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาวได้อย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...