ตรัง สลด พบศพหนุ่มถูกฝังกลางป่าตรัง แม่เผยเพิ่งเจอลูกในรอบ 3 ปี ก่อนกลายเป็นศพ
วันที่ 30 ม.ย.68 จากกรณีพบศพถูกฝังดินในป่าละเมาะ บริเวณระหว่างวัดหัวเขากับวัดหัวถนน ริมถนนคอนกรีตเลียบคลองนนางน้อย ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลนาพละ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เมื่อคืนวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่าน ซึ่งต่อมาทราบชื่อผู้ตาย คือ นายทวีชัย (สงวนนามสกุล) หรือต๋อง อายุ 33 ปี
โดนล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นเยาวชนได้ 2 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน
ในขณะที่แม่ของผู้ตายได้เดินทางมาจากจังหวัดระนอง และรอรับศพลูกชายเพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา
โดยนางทิพวัล อายุ 51 ปี แม่ของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายได้ลงมาจังหวัดตรังกับแฟนของเขา และมาอยู่บ้านเพื่อนลูกชายที่อยู่ข้างโรงเรียนห้วยยอดกลึงวิทยา ซึ่งหลังจากนั้นเพื่อนก็บอกว่ามีคนมารับลูกชายไป
โดยลูกชายขึ้นรถไฟมาจากกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 68 มาถึงจังหวัดตรังในวันที่ 25 เช้า ซึ่งเพื่อนมารับที่บ้านพักข้างโรงเรียนห้วยยอดกลึงวิทยาเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนตอนเย็น ภรรยาของผู้ตายบอกว่าคนมารับมาด้วยรถเก๋งแต่ไม่ทราบว่าเป็นสีหรือทะเบียนอะไร ลูกชายบอกเพียงว่าเพื่อนมารับไปวิ่งงาน แต่เขาไม่ได้บอกว่าวิ่งงานอะไรที่จังหวัดตรัง เท่าที่ตนรู้เมื่อก่อนเขาจะวิ่งรถตู้ทึบขนส่งกระจายสินค้าของห้างแห่งหนึ่ง แต่ก่อนนี้ตนกับลูกชายขาดการติดต่อกันประมาณ 3 ปี และพึ่งมาได้เจอกันอีกเมื่อ 10 กว่าวันก่อนเกิดเหตุ สาเหตุที่ขาดการติดต่อกัน 3 ปีเพราะเขาถูกจับที่นครปฐม และไม่สามารถไปไหนได้เพราะต้องคุมประพฤติและรายงานตัวที่จังหวัดนครปฐม ทุก 2 สุปดาห์ เขาบอกเพียงว่าเขาจะลงมาใต้เพื่อมาวิ่งงาน แต่เมื่อถามว่างานอะไร เขาบอกว่าแม่อย่ารู้เลยเป็นเรื่องของวัยรุ่น ส่วนที่เขามาทำงานในจังหวัดตรังตนก็ไม่ได้เอะใจเพราะเขามีเพื่อนที่ตรังเยอะ ทั้งเพื่อนสมัยเรียนและเพื่อนสมัยที่เป็นทหาร เขาเคยเป็นทหารอยู่ที่ค่ายหนองจิก จ.ปัตตานี ติดยศนายสิบ
ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 68 หลังจากที่มีคนมารับลูกก็ไม่สามารถติดต่อกับลูกชายได้อีกเลย เขาปิดเฟซบุ๊ค ปิดมือถือ และช่องทางติดต่อทุกอย่าง ลึกๆคนเป็นแม่ก็รู้สึกเป็นห่วงที่ติดต่อลูกไม่ได้ แต่ในใจก็คิดว่าไม่มีอะไรเพราะพื้นที่นี้เขามีเพื่อนเยอะ และอีกอย่างหนึ่งถ้าเขาออกไปจากบ้านเขาก็จะไปครั้งละหลายๆวัน แล้วเขาก็จะหลับเป็นตายครั้งละ 2-3 วันเลยถึงจะตื่น และจะปิดเครื่องโทรศัพท์ทุกครั้ง จุดนี้ทำให้เราไม่สงสัยหรือเอะใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเขา
ตอนนี้ภรรยาของเขาก็บอกให้แม่แจ้งความเพราะลูกชายหายตัวไปเกิน 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ตนว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้รอดูอีกสักพัก จนมาถึงเมื่อคืนมีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรไปแจ้งข่าวเรื่องลูกชายแจ้งว่าลูกชายของฆาตกรรมที่จังหวัดตรัง แม่เห็นรูปในใบขับขี่และรอยสักที่แขนของลูกชายชอบจำได้ว่าเป็นลูกชายแน่นอน ตนไม่สงสัยใครเป็นพิเศษ เพราะที่นี่มีเพื่อนเขาทั้งนั้น แต่เขาจะมีปัญหากับใครตนก็ไม่ทราบ เพราะขาดการติดต่อกันนานแล้ว และในช่วงที่เขาไปติดคุกเราก็มีเพื่อนที่อยู่ข้างในเยอะ ออกมาจากคุกมาก็ไม่รู้ว่าจะมีการชักชวนมาทำงานผิดกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ เพราะตอนที่เขาโดนจับก็โดนจับเรื่องยาเสพติด ส่วนผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นเยาวชน 2 คนที่ตำรวจนำตัวมาตนก็ไม่เคยเห็นหน้า และโดยปกติแล้วเขาจะมีเพื่อนรุ่นเดียวกันเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งแม่เองก็ไม่ติดใจเอาความอะไรขอให้เป็นเรื่องของเวรกรรม ให้กรรมตามทันในเร็วๆนี้ ซึ่งพรุ่งนี้แม่จะรับศพของลูกชายและนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดนครราชสีมาต่อไป ซึ่งตนมาอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุก็กลัวเรื่องความปลอดภัยเช่นเดียวกัน