โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่กินเนื้อสัตว์ช่วยยืดอายุจริงหรือ? ผลวิจัยชี้ หลังอายุ 45 มีเนื้อสัตว์ 3 ชนิดที่ควรกินมากขึ้น

sanook.com

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 17.18 น. • Sanook
การไม่กินเนื้อช่วยยืดอายุจริงหรือ? งานวิจัยชี้ว่า หลังอายุ 45 ปี มีเนื้อ 3 ชนิดที่ควรกินมากขึ้น เพราะร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น

การไม่กินเนื้อช่วยยืดอายุจริงหรือ? งานวิจัยชี้ว่า หลังอายุ 45 ปี มีเนื้อ 3 ชนิดที่ควรกินมากขึ้น เพราะร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น

คนที่มีอายุมากกว่า 45 ปี หากรับประทานเนื้อ 3 ชนิดนี้มากขึ้น จะยิ่งช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น ได้สารอาหารครบถ้วน และร่างกายสดใสสมบูรณ์

ในสังคมยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น หลายคนเริ่มเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพโดยเน้นพืชผักเป็นหลัก ความเชื่อที่แพร่หลายคือเมื่ออายุมากขึ้น ควรลดการกินเนื้อสัตว์เพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน

อย่างไรก็ตาม การงดเนื้อสัตว์อย่างเด็ดขาดเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่หลายคนคิด

ตัวอย่างเช่น คุณหลิว อายุ 63 ปี จากจีน เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคไขมันในเลือดผิดปกติ จึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงวิธีการกินโดยหันมาทานมังสวิรัติอย่างเคร่งครัด กินแต่ผักและเลิกกินอาหารทุกชนิดที่มาจากสัตว์อย่างสิ้นเชิง

ผลลัพธ์ในช่วง 6 เดือนแรกทำให้คุณลุงและครอบครัวพึงพอใจอย่างมาก เนื่องจากระดับไขมันในเลือดดีขึ้นอย่างชัดเจน ด้วยความเชื่อมั่นในผลลัพธ์นี้ คุณลุงจึงยังคงกินมังสวิรัติอย่างเคร่งครัดโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแต่อย่างใด

แต่แล้วในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่ลุงตื่นขึ้นมาเตรียมออกกำลังกาย เกิดอาการเวียนหัวอย่างรุนแรง มองเห็นมืดมนก่อนล้มลงทันที ครอบครัวจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลด่วน

หลังตรวจร่างกาย แพทย์วินิจฉัยว่าสาเหตุเกิดจากภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง โดยเฉพาะโปรตีน ไขมัน และแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่พบในอาหารจากสัตว์ การขาดสารอาหารเหล่านี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบไหลเวียนเลือดและภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะและอ่อนเพลียอย่างเฉียบพลัน

Vincent Rivaud

คำเตือน: การงดเนื้อสัตว์นาน ๆ ผู้สูงอายุมักเผชิญความเสี่ยงใหญ่ 2 ประการ

1. เร่งกระบวนการแก่ชราและทำให้กระดูกเปราะบาง

เมื่ออายุมากขึ้น ความหนาแน่นของกระดูกจะลดลง การขาดแคลเซียมและโปรตีนโดยเฉพาะจากเนื้อสัตว์ จะเร่งให้กระบวนการแก่ชราดำเนินเร็วขึ้น เมื่อร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ โดยเฉพาะจากเนื้อและอาหารทะเล ความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนและการแตกหักของกระดูกในผู้สูงวัยจะเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

2. ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง

โปรตีนเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างและรักษาการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน แม้ว่าพืชจะให้โปรตีนในปริมาณหนึ่ง แต่คุณภาพและการดูดซึมยังสู้โปรตีนจากสัตว์ไม่ได้ หากผู้สูงอายุเลี่ยงเนื้อสัตว์อย่างสิ้นเชิง ร่างกายจะขาดวัตถุดิบในการสร้างแอนติบอดี ส่งผลให้ภูมิต้านทานลดลงและเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยง่ายขึ้น

คนที่มีอายุมากกว่า 45 ปี ควรเพิ่มการรับประทานเนื้อ 3 ชนิดนี้เพื่อดูแลสุขภาพ

แทนที่จะงดเนื้อสัตว์ทั้งหมด ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแนะนำให้ผู้สูงวัยเลือกเนื้อที่มีประโยชน์ มีไขมันไม่ดีต่ำ และอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ นี่คือเนื้อสัตว์ 3 ชนิดที่ถือเป็น “ทองคำ” สำหรับสุขภาพผู้ใหญ่

  • เนื้อกุ้ง

กุ้งไม่เพียงเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหารล้ำค่า เช่น กรดไขมันโอเมกา-3 ซีลีเนียม ไอโอดีน และที่สำคัญคือแอสตาแซนธิน สารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรงมาก

งานวิจัยพบว่าการบริโภคกุ้งประมาณ 300 กรัมต่อวัน ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ถึง 13% และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ได้ 12% แอสตาแซนธินยังช่วยต้านการอักเสบ ปกป้องเซลล์ประสาท และชะลอกระบวนการแก่ชรา นอกจากนี้ ไอโอดีนในกุ้งยังจำเป็นต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์และการพัฒนาสมองอีกด้วย

หมายเหตุ: กุ้งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ผู้ที่มีประวัติแพ้อาหารทะเลควรระมัดระวังในการบริโภค

  • เนื้อไก่

โดยเฉพาะส่วนอกไก่ มีไขมันต่ำ ย่อยง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ เนื้อไก่ยังให้เลซิตินและกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือด และไม่เพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีเหมือนเนื้อแดงบางประเภท

การกินเนื้อไก่อย่างเหมาะสมและพอเพียง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เติมโปรตีนที่จำเป็นโดยไม่เพิ่มภาระให้ระบบย่อยอาหารของผู้สูงวัย

Valeria Boltneva

  • เนื้อปลา

ปลาเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับการดูแลสุขภาพหัวใจ โดยเฉพาะปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู และปลาทูน่า ซึ่งอุดมด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวและดีเอชเอ (DHA) ที่ช่วยพัฒนาสมอง ส่งเสริมความจำ และป้องกันโรคอัลไซเมอร์

นอกจากนี้ ปลายังช่วยลดความหนืดของเลือด ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

เคล็ดลับเล็ก ๆ คือ ควรเลือกเมนูปลานึ่ง ต้ม หรือต้มจืด แทนการทอด เพื่อคงคุณค่าสารอาหารไว้เต็มที่

คำแนะนำสุดท้าย: กินอย่างมีสติ อย่าหักโหมจนเกินไป

แทนที่จะตามกระแสการกินแบบสุดโต่ง ผู้สูงอายุต้องรักษาสมดุลอาหารที่หลากหลายและครบถ้วน การตัดเนื้อสัตว์ออกทั้งหมดอาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต

จงฟังเสียงร่างกาย ควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม เติมเต็มโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุจากทั้งพืชและสัตว์ พร้อมทั้งตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อติดตามระดับเลือด ไขมัน น้ำตาล และปรับเปลี่ยนอาหารให้เหมาะกับสภาพร่างกาย

สรุปคือ สำหรับผู้สูงวัย การกินอย่างมีสุขภาพดีไม่ใช่การกินให้น้อยที่สุด แต่คือกินให้ถูกต้อง พอเหมาะ และสม่ำเสมอ เนื้อสัตว์ 3 ชนิดที่กล่าวมานี้ หากบริโภคอย่างเหมาะสม จะช่วยรักษาสุขภาพ ป้องกันโรค และยืดอายุได้อย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...