โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ภูมิธรรมยังไม่ประกาศภาวะสงคราม ลั่นยังยึดหลักสันติวิธี เร่งอพยพรัศมี 50 กม.

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 10.25 น.
ภูมิธรรม เวชยชัย

ภูมิธรรม ประณามกัมพูชา เปิดฉากใช้ความรุนแรง มีเป้าไม่ชัดทำประชาชนเสียชีวิต-ทหาร 11 ราย ยันยังไม่ประกาศภาวะสงคราม ชี้เป็นเพียงการปะทะกัน ลั่นยังคงยึดหลักสันติวิธี ไม่ยอมเสียดินแดนอธิปไตย เร่งอพยพพ้นรัศมี 50 กม. เผยมติ สมช.ถือเป็นมติ ครม.เร่งเยียวยาผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมสภาความมั่นคง (สมช.) วาระพิเศษ ซึ่งเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษไปพร้อมกัน เนื่องมาจากเกิดเหตุปะทะที่ชายแดนไทย กัมพูชา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยเชิญเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มาร่วมประชุมด้วย ตามมาตรา 8 วรรค 2 ของกฤษฎีกาที่เสนอเรื่องเข้า ครม. เพราะมีหลายเรื่องที่ต้องใช้มติ ครม.รองรับ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้

นายภูมิธรรมระบุว่า ได้รับรายงานจากหน่วยทหารที่เกี่ยวข้องถึงสถานการณ์เป็นการยิงเข้ามาของทางกัมพูชาก่อน และเกิดเหตุบานปลาย จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันตั้งแต่ช่วงเช้ามีการใช้อาวุธในระดับต่าง ๆ สิ่งที่สำคัญคือการยิงของกัมพูชาใช้อาวุธหนักในการยิงเข้ามาเขตแดนของประเทศ โดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ในเขตที่ไม่เกี่ยวข้อง เป็นเขตพลเรือน มีพลเรือนเสียชีวิตทั้งหมด 11 คน เป็นพลเรือน 10 คน เป็นทหาร 1 นาย มีผู้บาดเจ็บ 28 คน 24 คน เป็นพลเรือน และ 4 คนเป็นทหาร

นายภูมิธรรมยังกล่าวประณามว่า มีการใช้อาวุธหนักที่รุนแรง ไม่มีเป้าหมาย มีบางลูกยิงเข้ามายังสถานีบริการน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อ และบางส่วนยิงเข้ากลางโรงพยาบาล ห่างจากพื้นที่โรงพยาบาล 3 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราขอประณาม การใช้กำลังและดำเนินการโดยไม่ได้ยึดกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องคำนึงถึงการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

นายภูมิธรรมยืนยันว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นยังไม่ใช่การประกาศสงคราม แต่เป็นเรื่องการปะทะกัน เรายืนยันหลักการว่าต้องใช้สันติวิธีไม่ใช้ความรุนแรง และต้องพยายามพูดคุยพยายามแก้ไขปัญหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นลักษณะยั่วยุจากทางกัมพูชามาโดยตลอด เราป้องกันตัวเราเอง และป้องกันอธิปไตยของประเทศ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ และเรายอมไม่ได้ให้มีลักษณะที่จะบุกรุก หรือละเมิดอธิปไตยของไทย และทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการปกป้องตัวเอง และดูแลอธิปไตยของประเทศ

นายภูมิธรรมยังระบุอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำอย่างน้อย 2 ครั้งติดต่อกันในเขตพื้นที่ที่มีการเดินลาดตระเวน ซึ่งเป็นพื้นที่เดินลาดตระเวนเก่าตามข้อตกลงเดิม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดปัญหา เมื่อก่อนนี้เราเดินลาดตระเวนกันตลอดไม่เคยมีปัญหา แต่มีการระเบิดขึ้นครั้งล่าสุดทำให้เราสูญเสีย เจ้าหน้าที่ทหารขาขาด เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ และเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องแสดงความชัดเจนในเรื่องนี้

ขณะนี้ได้มีการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยทางกองทัพได้ดำเนินการในการปกป้องอธิปไตยในพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยกองทัพภาคที่ 2 เป็นผู้รับผิดชอบและขณะนี้ได้ให้อำนาจของทหารในการที่จะใช้มาตรการต่าง ๆ ตามความจำเป็น พยายามยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและสถานการณ์ฉุกเฉินอาจไม่มีเวลาที่มารอขออนุญาต สามารถดำเนินการได้ตามขอบเขตและแจ้งให้เราทราบโดยเร็ว

ขณะนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นพื้นที่ประมาณ 4 จังหวัด อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ เพราะฉะนั้นขณะนี้ยังควบคุมอยู่ในพื้นที่ได้อยู่ แต่ก็มีความระมัดระวังและป้องกันชายแดนเต็มที่ ได้ให้กระทรวงมหาดไทยอพยพคนออกจากพื้นที่ให้ไกลกว่า 50 กิโลเมตร เพราะถือว่าเป็นระยะปลอดภัยที่สุด และได้สั่งการให้มีการอพยพและดูแลประชาชน ดำเนินการในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีแผนดำเนินการรองรับอยู่แล้ว

นายภูมิธรรมยังกล่าวว่า มติที่ประชุมวันนี้ถือเป็นมติ ครม.ให้ดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด เยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมด ซึ่งมีกฎระเบียบที่วางไว้อยู่แล้ว ได้มอบหมายให้ดูชัดเจน และโรงเรียนขณะนี้มีการประกาศปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วในรัศมีใกล้เคียงชายแดน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุ

โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีการดำเนินการในการที่จะเปลี่ยนแปลงโรงพยาบาลอำเภอในบริเวณชายแดน ให้เป็นโรงพยาบาลสนามและอพยพคนไข้ที่บาดเจ็บทั้งหมดออกจากแนวชายแดนเกินกว่า 50 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในจุดที่ปลอดภัย ขณะที่มาตรการต่างประเทศได้ดำเนินการไปตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งเรียกทูตไทยกลับ และส่งทูตเขากลับไปยังประเทศเขา ซึ่งยังอยู่ในระดับนี้ ถือว่าเป็นระดับที่รุนแรงที่สุดในระดับการทูต

เมื่อถามว่า จะมีการพูดคุยในระดับของรัฐบาลของทั้งสองประเทศเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลายหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตอนนี้ต้องให้เรื่องยุติก่อน ถ้าแสดงความจริงใจต่อกันก็สามารถคุยกันได้ เรายังรู้สึกว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายรุกล้ำเข้ามาเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นก็จะต้องดำเนินการไปตามครรลอง

ส่วนงบฯฉุกเฉินในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ทางจังหวัดสามารถดำเนินการได้เลยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า มีมาตรการอยู่แล้ว ในส่วนของกองทุนที่มีอยู่

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้รับการรายงานหรือไม่สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นในฝั่งของทางกัมพูชา นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าสมเด็จฮุน เซน เดินทางออกจากประเทศกัมพูชาแล้ว นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้ติดตามเรื่องนั้น สนใจแค่เรื่องคนในประเทศมากกว่า และเหตุการณ์ที่ปะทะกันเกิดขึ้นและบานปลาย ซึ่งคำนึงถึงชีวิตของทหารไทย และประชาชน

ขณะที่ทางกัมพูชาได้มีการส่งหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติแล้ว ทางไทยจะมีการดำเนินการอย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พูดคุยกับเลขาธิการ องค์การสหประชาชาติแล้ว รวมถึงได้พูดคุยกับเลขาของสภาความมั่นคงของสหประชาชาติ

ซึ่งขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอยู่ที่รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้มีการพูดคุยและประสานงานตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้ใช้มาตรการต่าง ๆ เล่าสถานการณ์ให้ฟัง พร้อมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะมีการแถลงอีกครั้ง

นายภูมิธรรมย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้ปกปิดอะไร แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และยืนยันว่าโดยหลักการ ที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยของประเทศไทย และการบุกเข้ามาในประเทศไทย เรามีหลักฐานแน่น และรัฐบาลไทยก็ได้แสดงออกไปอย่างชัดเจน ในหลายเรื่องอยากขอร้องว่า เรื่องของยุทธการที่ไม่สามารถพูดได้ เพื่อไม่ให้เกิดการเพลี่ยงพล้ำ หรือเสียเปรียบในยุทธการ

เมื่อถามว่า ทางกองทัพได้ขีดเส้นว่าจะยุติปฏิบัติการ ได้เมื่อไหร่ นายภูมิธรรมระบุว่า จนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติ และมีข้อยุติที่เพียงพอ

ส่วนรัฐบาลไทยได้รับการติดต่อจากทางฝั่งกัมพูชา ว่ามีสัญญาณหรือแนวโน้ม ที่จะยุติการปะทะหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนได้ยินทางโซเชียลมีเดีย ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน จริงหรือไม่จริงก็ไม่ทราบ ส่วนฝ่ายไทยจะมีวิธีการเจรจาอย่างไรนั้นไม่สามารถพูดได้ เป็นเรื่องของวิธีการ เขาต้องยุติความรุนแรง

และสิ่งที่สำคัญ คือเรื่องของข่าวลือ และต้องระมัดระวังเรื่องของข่าวที่ไม่ชัดเจน เพราะทำให้เกิดความรุนแรง ที่อาจจะรุนแรงมากไปกว่านี้ ยืนยันว่าทางกองทัพสามารถดูแลและปกป้องประเทศได้ เพราะมีความพร้อมทุกอย่าง แต่หากสถานการณ์บานปลาย สิ่งที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทางนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลทรัพย์สินของประชาชนที่อพยพออกมาจากพื้นที่แล้ว

เมื่อถามว่า ถ้ากัมพูชาแรงมา เราจะแรงกลับใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า การตอบโต้จะดูตามสถานการณ์ โดยไม่ให้อธิปไตยของไทยเสียหาย ไม่อยากให้ถามว่าเราจะต้องรุนแรงกลับไปหรือไม่ เพราะการพูดไม่ดีเท่ากับการทำ เพราะหากพูดไปจะมีแต่ยั่วยุ เพราะการทำที่ดีจะสามารถแก้ปัญหาได้

ส่วนจะต้องดึงองค์กรระหว่างประเทศเข้ามาเจรจาหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ยัง ระหว่างนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และแจ้งให้องค์การระหว่างประเทศให้ทราบเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าเราต้องการปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยไม่ให้ถูกรุกราน

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยึดหลักที่จะไม่ยอมเสียอธิปไตยและเราจะปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่ และรัฐบาลจะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ และจะทำทุกอย่างเท่าที่เงื่อนไขเราทำได้อย่างสุดความสามารถ

ส่วนจะมีการจัดการแรงงานกัมพูชาในไทยอย่างไรบ้างนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตอนนี้เอาเรื่องสงครามก่อน ผู้สื่อข่าวจึงกล่าวแย้งว่า ไหนบอกว่าไม่ใช่ภาวะสงคราม ทำให้นายภูมิธรรมหันกลับมาตอบว่า ถึงมันเป็นแบบนี้เราก็ไม่อยากให้มันเกิดไง ไม่อยากให้มันมีความรุนแรงเกิดขึ้น ขอให้เอาเรื่องนี้ก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภูมิธรรมยังไม่ประกาศภาวะสงคราม ลั่นยังยึดหลักสันติวิธี เร่งอพยพรัศมี 50 กม.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...