โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผบ.ตร. ประชุม ปราบปรามยาเสพติด กำชับทุกหน่วยงาน บังคับใช้ กม.อย่างเด็ดขาด 3 เดือน ต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม

สวพ.FM91

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 09.29 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 09.29 น.

วันนี้ (23 ก.ค. 68) พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุม ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายหลักในการมอบนโยบายและขับเคลื่อนการกวาดล้างยาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ภายใต้แนวคิด "NO Drugs NO Dealers"

ซึ่งมีนโยบายจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีว่า ยาเสพติดจะต้องหมดไปจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศภายใน 3 เดือน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นโยบายดังกล่าวทุกส่วนราชการ โดยเฉพาะฝ่ายปกครองและตำรวจ ต้องนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การประชุมครั้งนี้ได้มีการกำชับผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ และตำรวจทั่วประเทศ ถึงขั้นตอนการปฏิบัติที่ชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 สิ้นเดือนนี้จะมีการ "เอ็กซเรย์" พื้นที่ร่วมกับฝ่ายปกครอง เพื่อค้นหาและจับกุมผู้ค้ารายย่อย ผู้ค้าขนาดกลาง และผู้เสพให้เข้มข้นกว่าเดิม จะมีการปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม ยึดทรัพย์ และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

ระยะที่ 2 ในเดือนสิงหาคม จะปฏิบัติการร่วมกับฝ่ายปกครอง "เอ็กซเรย์ซ้ำ" โดยนำข้อมูลจากการปฏิบัติในระยะแรกมาขยายผล เพื่อขยายผลการจับกุม และนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดต่อเนื่องจากระยะแรก

ระยะที่ 3 เดือนกันยายน จะเป็นการ ประเมินผล ความพอใจของชุมชนและประเมินผลการปฏิบัติงานของทุกพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การประกาศเป็น "ชุมชนปลอดยาเสพติด" หรือ "ชุมชนสีขาว"

ผบ.ตร. ย้ำว่า "ทำดีย่อมมีรางวัล ทำไม่ดีต้องได้รับโทษ" แต่การลงโทษจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติงาน โดยจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อมูลต่างๆ มาประกอบการตัดสินใจ เพื่อกำหนดขั้นตอนและวิธีการที่ชัดเจนให้ บช.ปส. ไปดำเนินการต่อ ทั้งเรื่องการตรวจค้น จับกุม บังคับใช้กฎหมาย และการประเมินผล

นอกจากนี้ ผบ.ตร. ยังจะต้องหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การปฏิบัติงานร่วมกันมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ในฐานะผู้บริหารต้องกำหนดแนวทางที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ผู้ปฏิบัติสับสน ที่ผ่านมาเรามีการดำเนินการเรื่องยาเสพติดอย่างเต็มที่ และมุ่งมั่นที่จะให้ยาเสพติดหมดไป การปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการที่เข้มข้นและชัดเจน โดยจะมีการประเมินผู้ที่ละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ซึ่งจะมีการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง เพื่อให้เห็นว่าคนทำงานจะต้องได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม ส่วนการลงโทษหรือโยกย้ายตำแหน่งเจ้าหน้าที่มีขั้นตอนและวิธีการอยู่แล้ว

โดยยืนยันว่านโยบายที่มีการกำหนดแนวทางให้กับฝ่ายปฏิบัติจะต้องเป็นรูปธรรม ที่สามารถจับต้องได้ ผู้ที่ปฏิบัติงานดีต้องได้รับรางวัล ส่วนผู้ที่หย่อนยานในการปฏิบัติหน้าที่ จะถูกพิจารณาตามดัชนีชี้วัดที่ชัดเจนในการแต่งตั้งโยกย้าย

ผบ.ตร. ชี้แจงว่า การวัดผลงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของกลางที่จับกุมได้ว่ามีมากน้อยเพียงใด "ไม่จำเป็นว่าพื้นที่ใดมี 1 เม็ด หรือล้านเม็ด" แต่จะพิจารณาจาก ความตั้งใจและมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวทางนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการตรวจค้น ขยายผลเครือข่าย และการฟอกเงินในพื้นที่ เพื่อให้กระบวนการปราบปรามยาเสพติดเสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน

นโยบายนี้จะถูกนำมาใช้เป็น เกณฑ์ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายวาระประจำปีที่กำลังจะมาถึง โดยจะรวมถึงทุกระดับชั้น ตั้งแต่พลตำรวจตรี พลตำรวจโท และพลตำรวจเอก ส่วนหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายสำหรับกลุ่มนี้ จะพิจารณาจาก ความอาวุโสและความรู้ความสามารถ อย่างชัดเจน

เมื่อถูกถามว่าจะใช้ "ตำแหน่งเป็นประกัน" หรือไม่ ผบ.ตร. แสดงความแสดงอาการตกใจและบอกกับสื่อมวลชนย้ำว่าจะทำให้อย่างเต็มที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...