โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TVH ไตรมาส 1 ปี 68 โกยรายได้ประกันภัย 1,800 ล้านบาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 10.15 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 03.15 น.

ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง หรือ TVH โชว์ผลงานงวดไตรมาส 1/2568 กำไรสุทธิหลังหักภาษี 83 ล้านบาท จากบริษัทลูก ประกันภัยไทยวิวัฒน์ สร้างรายได้จากการรับประกันภัยโตเกือบ 6% แตะ 1,883 ล้านบาท มั่นใจว่า ปีนี้เบี้ยรับรวมโตทะลุ 8,500 ล้านบาทตามเป้าหมาย

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TVH ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งมีธุรกิจประกันวินาศภัยในประเทศไทยเป็นธุรกิจหลัก เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2568 ว่า บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทลูกเติบโตต่อเนื่อง โดยสามารถทำเบี้ยประกันภัยรับได้ถึง 1,883 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน และยังสามารถทำกำไรจากการรับประกันภัยสำหรับในไตรมาสหนึ่งนี้สูงถึง 108 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 16% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับ ผลประกอบการที่มีการปรับตัวดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนี้ เป็นผลมาจากการที่ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้นำนวัตกรรมควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี AI มาบริหารจัดการทั้งในการรวบรวม จัดหมวดหมู่ และวิเคราะห์ ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ คัดเลือกผู้บริโภคที่ควรจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย บริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งสามารถบริหารต้นทุนการให้บริการด้านประกันวินาศภัยอย่างมีประสิทธิภาพ

อาทิ การนำเอาระบบนวัตกรรมที่ได้พัฒนาขึ้นจากบริษัทด้านเทคโนโลยี ในกลุ่มของบริษัท TVH (บริษัท MARS จำกัด) ที่เรียกว่าระบบ MARS Inspect มาใช้ในการประเมินสภาพรถก่อนรับประกัน, ระบบ MARS Garage ประเมินความเสียหายจากอุบัติเหตุ ซึ่งปัจจุบันได้ให้อู่ในสัญญาครอบคลุมทั่วประเทศกว่าพันแห่ง นำมาใช้ในการประเมินค่าซ่อมสำหรับรถประกัน รวมถึงระบบการเคลมประกันด้วยตัวเองผ่าน Application

นอกจากนั้น ยังได้นำฐานข้อมูลที่ได้มีการรวบรวมจากผลิตภัณฑ์ประกันรถเปิดปิด มาปรับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ซึ่งมีผลทำให้ ผู้เอาประกันรถเปิดปิดได้รับการบริการอย่างสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ทำให้การประกันรถเปิดปิดได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยจะเห็นได้จากอัตราการต่ออายุของผู้เอาประกันรถเปิดปิดที่มีอัตราสูงถึงกว่า 80 % เป็นผลทำให้ผลิตภัณฑ์การประกันรถเปิดปิดยังคงเติบโตแข็งแกร่ง ทั้งจุดแข็งที่ช่วยลูกค้าประหยัดค่าเบี้ยสูงสุดถึง 80% เมื่อเทียบประกันรถยนต์รายปี และล่าสุดได้พัฒนาต่อยอดฟีเจอร์ใหม่ รถติดไม่คิดเบี้ย ที่นับเป็นการตอกย้ำการคิดเผื่อเพื่อผู้บริโภคไปอีกขั้น

ขณะที่ประกันภัยประเภทอื่นๆ ของ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ก็สามารถเติบโตโดดเด่นกว่า 35% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะ 368 ล้านบาท จากการเดินหน้าขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และเพิ่มช่องทางการขายเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา ทั้งโมเดิร์นเทรด และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ช โดยล่าสุดบริษัทได้ขายประกันสุขภาพ Active Health และประกันรถเปิดปิด ผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด อาทิ การขายโดยบริษัทนายหน้าประกันภัยของห้างโลตัส เป็นต้น เพื่อขยายฐานและเพิ่มโอกาสให้กลุ่มลูกค้าสามารถเข้าถึงการประกันภัยได้มากยิ่งขึ้น

พร้อมทั้งเดินหน้าขยายแนวคิด“Beyond Insurance” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านแคมเปญ Caring Forward ส่งต่อความดี ด้วยการขับขี่ปลอดภัย โดยประกันภัยไทยวิวัฒน์ จะบริจาคเบี้ยประกันส่วนหนึ่งของกรมธรรม์เพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ของผู้เอาประกันภัย ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำเสนอต่อผู้เอาประกันภัยเป็นครั้งแรกของประเทศไทย

นายจีรพันธ์ กล่าวว่า สำหรับค่าใช้จ่ายการรับประกันภัยงวดไตรมาส 1/2568 เพิ่มขึ้นราว 8% อยู่ที่ 1,653 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าสินไหมจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามจากการบริหารความเสี่ยงด้วยการประกันภัยต่อของประกันภัยไทยวิวัฒน์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เหตุการณ์แผ่นดินไหวมีผลกระทบอย่างมีขอบเขตจำกัดกับผลประกอบการของประกันภัยไทยวิวัฒน์

นอกจากสินไหมจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวแล้ว ทางประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้มีการปรับปรุงการตั้งสำรองการรับประกันภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 เรื่องสัญญาประกันภัย (TFRS 17) ทดแทนมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 4 (TFRS 4) เดิม ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ที่ผ่านมานั้น โดยสรุปประกันภัยไทยวิวัฒน์ สามารถทำกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/2568 ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 นี้ได้สูงถึง 83 ล้านบาท

+ทั้งนี้ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งแบ่งโครงสร้างธุรกิจเป็น 2 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย +

  • กลุ่มธุรกิจหลัก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับประกันภัย ประกอบไปด้วยธุรกิจประกันวินาศภัยในไทย ธุรกิจประกันภัยในต่างประเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย
  • กลุ่มธุรกิจอื่นที่นอกเหนือจากธุรกิจประกันภัย โดยพิจารณาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนในธุรกิจที่ส่งเสริมธุรกิจประกันภัย และหรือธุรกิจมีผลตอบแทนสูง เพื่อสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงประกันภัย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...