โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"โฆษกไทยสร้างไทย" ซัดรัฐมนตรีไร้คุณภาพ ถก “ภาษีทรัมป์” ล้มเหลว ผลาญงบฯเฉียดร้อยล้าน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 06.52 น.

"โฆษกไทยสร้างไทย" ซัดรัฐมนตรีไร้คุณภาพ ถก“ภาษีทรัมป์”ล้มเหลว ผลาญงบฯเฉียดร้อยล้าน กลับไร้ผลงาน ขย่มซ้ำ “แผนช้าแต่ชัวร์” ของรัฐบาลพาอุตสาหกรรมไทยสู่หายนะครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ลั่น ถ้าเจรจาไม่จบ 1 ส.ค. ต้องมีคนรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2568 นายปริเยศ อังกูรกิตติ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) กล่าวถึงกรณีการรับมือกับมาตรการกำแพงภาษีนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ล่าสุดออกจดหมายยืนยันตั้งกำแพงภาษีสินค้าจากไทยในอัตรา 36% โดยเริ่มมีผลวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ว่า การทำงานของรัฐบาลใช้งบค่าดำเนินการและค่าเดินทางเฉียดร้อยล้านบาท แต่ผลลัพธ์กลับไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ซ้ำยังถูกเก็บภาษีในอัตราสูงเช่นเดิม ถือเป็นความล้มเหลวอย่างชัดเจน ปัญหาหลักเกิดจากกลุ่มรัฐมนตรีที่ไร้คุณภาพ ไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานและขาดความเข้าใจเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะในภาวะที่ต้องรับมือกับภัยทางเศรษฐกิจระดับชาติ รัฐบาลขาดการบูรณาการระหว่างกระทรวงหลักที่เกี่ยวข้อง และที่น่าห่วงคือ ยังปกปิด หรือไม่สามารถชี้แจงได้ว่า ไทยเสนออะไรไปบ้างในการเจรจา จนถูกสหรัฐฯปฏิเสธกลับมาสะท้อนถึงความไม่พร้อม และหลงเชื่อกลุ่มลอบบี้ยีสต์ต่างประเทศมากกว่าความเห็นจากคนในประเทศ

โฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวต่อว่ากระทรวงพาณิชย์ ที่ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเชิงนโยบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะจากรัฐมนตรีพาณิชย์คนใหม่ ก็ยังไม่สามารถตอบคำถามเรื่องแนวทางการเจรจาที่ควรเสนอให้กับสหรัฐฯได้ มีเพียงคำพูดทั่วไปว่า รัฐบาลจะเร่งเยียวยา และสร้างตลาดใหม่เท่านั้น นอกจากนี้ ตนมีข้อสังเกตถึงกระทรวงการคลังว่า แทบไม่มีบทบาทในการรับมือกับมาตรการภาษีดังกล่าวเลย เป็นเสมือน โฆษกรัฐบาลจำเป็น ที่คอยออกมาปฏิเสธข่าวลือ หรือกล่าวว่าการเจรจายังไม่เสร็จอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ทุกอย่างเป็นไปตามข่าวลือทุกอย่าง นี่คือการสะท้อนถึงการไม่มีแผนเชิงรุก และการไม่กล้าตัดสินใจของรัฐบาล แผนการแบบ ‘ช้าแต่ชัวร์’ ที่รัฐบาลมักพูดถึงนั้น สร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มีแนวโน้มเป็นลบในระดับที่น่ากังวลมาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพราะมาตรการจากสหรัฐฯ เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการบริหารที่ขาดความโปร่งใส ลับๆ ล่อๆ และไม่เคยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและประชาชนได้เลย ทั้งนี้ หากการเจรจากับสหรัฐฯ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ภายในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ถือว่าเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง และรัฐบาลจะต้องมีผู้แสดงความรับผิดชอบโดยตรงต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น ไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายหรือโยนความผิดกันไปมาได้อีกต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...