‘หมอเทวัญ’ ตอบปม ไม่กำหนดเด็กต่ำกว่า 20 ปี ห้ามใช้กัญชา ไว้ในกฎหมาย
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เทวัญ ธานีรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องที่เครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาอยากให้กระทรวงสาธารณสุข ออกเป็นกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ และอิงตามฉบับที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็น รมว.สาธารณสุข นั้น ก็ต้องยืนยันว่า ขณะนี้เราได้มีการปรับแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … อิงมาจากฉบับสมัย นพ.ชลน่าน อยู่แล้ว นายสมศักดิ์ เคลียร์ตั้งนานแล้ว อยู่ที่สำนักงานรัฐมนตรี รอเข้า ครม. ถ้า ครม. เห็นชอบก็ส่งไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตรวจสอบต่อ ทั้งนี้ โดยสาระนั้นได้มีการปรับให้มีความรัดกุม และเข้มข้นว่า ให้มีการใช้ทางการแพทย์เท่านั้น และมีโทษคนสูบสันทนาการ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษเข้มกว่าตัวประกาศสมุนไพรควบคุม คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท ทั้งนี้คาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกเป็นปีกว่ากฎหมายนี้จะออกมาบังคับใช้
เมื่อถามถึงเหตุผลที่ไม่ได้กำหนดอายุผู้ที่สามารถใช้ได้ อย่างก่อนหน้านี้กำหนดว่า ห้ามผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี ใช้ นพ.เทวัญ กล่าวว่า โดยปกติ ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปีนั้น แพทย์จะไม่สั่งให้ใช้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไปเขียนกำกับไว้ อันนี้เราชัดเจนอยู่แล้ว แต่ถ้าในอนาคต มีการศึกษาเพิ่มมากขึ้นว่า สามารถใช้ในเด็กต่ำกว่า 20 ปี ได้ และจำเป็นต้องใช้ เราถึงได้เปิดตรงนี้เอาไว้ เพราะเรื่องวิชาการมีการพัฒนาได้เรื่อย ๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีการศึกษาวิจัยอยู่ในกลุ่มสารซีบีดี (CBD) ในกลุ่มอาการชักในเด็ก เรื่องการคลายกล้ามเนื้อ หรืออย่างกลุ่มอาการกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง แต่อันนี้เรายังไม่เขียน
เมื่อถามว่า หาก พ.ร.บ. ออกมาบังคับใช้แล้ว ยังจำเป็นต้องเอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติดหรือไม่ นพ.เทวัญ กล่าวว่า ถ้ามี พ.ร.บ. ออกมาบังคับใช้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องให้กัญชาเป็นยาเสพติด แต่ถ้ายังมีเพียงประกาศที่กำกับดูแล ก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ หากสังคมรับไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างร้านกัญชาส่วนหนึ่งที่ไปตรวจจับพบว่า มีการเอายาเสพติดชนิดอื่นมาขายด้วย โดยเฉพาะแผงลอย เดินเร่ขาย มีการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ให้มีการสูบในร้าน ตลอดจนการลักลอบนำไปทำเยลลี่กัญชา โดยที่คิดว่าที่ทำไปนั้นไม่ผิดกฎหมาย ทั้งๆ ที่ผิดกฎหมายเต็มๆ เราถึงต้องไปปราบ ทั้งนี้เพราะโทษน้อย เขาเลยไม่กลัว แต่ถ้ากฎหมายใหม่ โทษหนักและมีเจ้าหน้าที่ทั้งของกระทรวงสาธารณสุข และตำรวจ ร่วมกันกว่า 6 พันคน ในการปราบปราม
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา เรื่องการควบคุม ปราบปรามต่างๆ ก็เป็นกฎหมายตัวเดียวกันนี้ แต่มีปัญหาเรื่องเกี่ยงกันของแต่ละหน่วยงานว่า เป็นหน้าที่ใครที่ต้องตรวจจับ นพ.เทวัญ กล่าวว่า การเกี่ยงกันอาจจะพูดยาก ที่ผ่านมา เป็นเพราะกฎหมายมันใหม่ คนเลยยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการบังคับใช้กฎหมายแล้ว ตอนนี้เริ่มเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว เลยมีการสนธิกำลังกันออกปราบปราม ซึ่งหลังๆ จับได้เยอะ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ก็ออกมาช่วยกัน แต่ก่อนอาจจะยังไม่เข้าใจ เลยแอนตี้ และอยากให้กัญชาเป็นยาเสพติด คิดว่าโทษไม่มีอะไร แต่ตอนนี้เมื่อมีการเข้าใจมากขึ้น ก็ลดปัญหาร้านทำผิดกฎหมายลงได้เยอะ อีกทั้งกลุ่มงานแพทย์แผนไทยก็เป็นกลุ่มงานใหม่ใน สสจ. ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายก็เป็นเรื่องใหม่.