โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘หมอตุลย์’ บุก สตช. ค้านเลื่อนขั้น 2 หมอใหญ่ รพ.ตำรวจ

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.32 น. • The Bangkok Insight

"หมอตุลย์" บุก สตช. ค้านเลื่อนขั้น 2 หมอใหญ่ รพ.ตำรวจ ชี้ผิดจริยธรรม-ป.ป.ช.สอบ ม.157 ปม "ทักษิณ"

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ขอคัดค้านการเลื่อนตำแหน่ง พล.ต.ท.นพ.โสภณ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. เนื่องจากทั้งสองนายอยู่ระหว่างถูกสอบสวนในคดีสำคัญและมีมติชัดเจนจากแพทยสภาว่ากระทำผิดจริยธรรมทางการแพทย์

หมอตุลย์

นพ.ตุลย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกรณีการส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องขังในคดีอาญา มารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2566 ถึง 18 กุมภาพันธ์ 2567 โดยไม่มีการส่งตัวกลับเรือนจำตามคำพิพากษาของศาลฎีกา สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง ขณะนั้น พล.ต.ท.นพ.โสภณ ดำรงตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ และ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เป็นผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเรื่องดังกล่าว

ต่อมา เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 คณะกรรมการแพทยสภามีมติชัดเจนว่าทั้งสองนายแพทย์ตำรวจ กระทำผิดตามข้อ 16 ของข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 กรณีให้ข้อมูลและเอกสารทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการของนายทักษิณ ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของ พล.ต.ท.นพ.โสภณ เป็นเวลา 3 เดือน และของ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ร้องเรียนทั้งสองนายไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในข้อหากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บุคคลอื่น และอยู่ระหว่างการสอบสวน

นพ.ตุลย์ ระบุว่า การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจทั้งสองนาย เป็นผลให้นายทักษิณไม่ต้องรับโทษในเรือนจำตามคำพิพากษา และได้รับการรักษาในโรงพยาบาลตำรวจ โดยอ้างข้อมูลเท็จเกี่ยวกับอาการป่วย ซึ่งเข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรง ตาม พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 112 และหากมีการเลื่อนตำแหน่งในช่วงที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง

การมายื่นหนังสือในวันนี้จึงเรียกร้องให้ ผบ.ตร. ดำเนินการ 3 ประการ คือ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และหากพบมูลความผิด ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป, สั่งย้ายข้าราชการตำรวจทั้งสองนายออกจากตำแหน่งเดิม ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลตำรวจโดยเด็ดขาด เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรในโรงพยาบาลตำรวจที่มีข้อมูลสามารถให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. และศาลได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเกรงกลัว และให้ข้าราชการตำรวจทั้งสองนายทำรายงานชี้แจงกรณีการถูกสอบสวนโดยแพทยสภา และ ป.ป.ช. รวมถึงกรณีการเป็นพยานในศาลฎีกา เพื่อส่งประกอบการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ

หมอตุลย์

นพ.ตุลย์ ยังกล่าวด้วยว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ควรเป็นไปอย่างโปร่งใสและยึดหลักคุณธรรม ไม่ควรปล่อยให้เกิดข้อครหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจในขณะนี้คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ และถือเป็นบุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีนี้ ยิ่งทำให้ประชาชนจับตามองการแต่งตั้งโยกย้ายของตำรวจครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

นพ.ตุลย์ กล่าวด้วยว่า ในความเป็นจริงโรงพยาบาลตำรวจยังมีข้อมูลสำคัญที่ถูกปิดบังอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการสืบสวนสอบสวนของศาลและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เช่น กรณีระบบกล้องวงจรปิดบริเวณชั้น 14 ของโรงพยาบาลที่ระบุว่ามีปัญหาเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งที่กล้องในจุดอื่นๆ ของโรงพยาบาลยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีบุคลากรของโรงพยาบาลตำรวจหลายรายที่มีข้อมูลสำคัญและต้องการให้การกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลและอำนาจของ พล.ต.ท.นพ.โสภณ และ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ ซึ่งยังคงดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูง

ทั้งนี้ นพ.ตุลย์ เปิดเผยว่าหลังจากยื่นหนังสือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จะเดินทางไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อให้ตรวจสอบและป้องกันไม่ให้มีการเลื่อนตำแหน่งบุคคลที่อยู่ระหว่างการสอบสวน และถูกชี้มูลว่ากขระทำผิดจริยธรรม ทั้งจากแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

หมอตุลย์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...