โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮูตียิงขีปนาวุธ5ลูกถล่มเรือสินค้าครั้งแรกรอบครึ่งปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 04.43 น.
ฮูตีหวนกลับมาเปิดฉากโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงเป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปี ยิงขีปนาวุธ 5 ลูก , ส่งโดรนและเรือโจมตีควบคุมระยะไกล ถล่มเรือสินค้าจมในทะเลแดง แต่ลูกเรือทั้งลำกว่า 20 คนได้รับการช่วยชีวิตทั้งหมดอย่างปลอดภัย

ยูไนเต็ด อาหรับ เอมิเรตส์ หรือยูเออี เปิดเผยวานนี้ (7 กรกฎาคม) ลูกเรือท้งหมด 22 คนที่อยู่บนเรือสินค้า "เมจิก ซีส์" (Magic Seas) ได้รับการช่วยชีวิตทุกคนอย่างปลอดภัย หลังถูกฮูตีโจมตี โดยลูกเรือทั้งหมดได้รับการช่วยชีวิตโดยเรือชื่อซาฟีน ปริซึม ซึ่งเป็นเรือสินค้าของยูเออี ที่ผ่านทางมา และได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเรือเมจิก ซีส์

นับเป็นการหวนกลับมาโจมตีเรือในทะเลแดงเป็นครั้งแรกของฮูตีในรอบครึ่งปี หลังสงบไปนานประมาณ 6 เดือน

ทางบริษัท "สเต็ม ชิปปิ้ง" (Stem Shipping) บริษัทเจ้าของเรือสัญชาติกรีซ รายงานว่า น้ำรั่วเข้าเรือเมจิก ซีส์ทันทีที่ถูกโจมตี และเรือกำลังจะจมลงในทะเลแดง เรือลำนี้บรรทุกเหล็กและปุ๋ยมาจากจีน จะไปยังตุรกี

ด้านยาห์ยา ซารี โฆษกกองทัพฮูตี แถลงทางโทรทัศน์ในเยเมนวานนี้ (7 กรกฎาคม) อ้างความรับผิดชอบโจมตีเรือสินค้าเมจิก ซีส์ดังกล่าว ซึ่งติดธงไลบีเรีย ขณะแล่นในทะเลแดง โดยซารียืนยันว่า ฮูตีได้ยิงทั้งขีปนาวุธร่อนและทิ้งตัวรวม 5 ลูก , ส่งเรือโจมตี 2 ลำควบคุมระยะไกลซึ่งไม่มีคนบนเรือ และโดรนอากาศยานไร้คนขับอีก 3 ลำโจมตีเรือลำนี้ และโจมตีถูกเรือเป้าหมายโดยตรง ทำให้น้ำรั่วเข้าเรือ และอ้างว่าเรือลำนี้ได้จมลงในทะเลแดงแล้ว

โฆษกฮูตีอ้างสาเหตุโจมตีเรือว่า เพราะเรือดังกล่าวเป็นของบริษัทที่ละเมิดการปิดกั้นของฮูตี ต่อเรือต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่ท่าเรือของอิสราเอล โฆษกฮูตีอ้างด้วยว่า ได้ปล่อยตัวลูกเรือ 19 คนบนเรือ ให้ออกจากเรือไปโดยไม่ทำร้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...