โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ทักษิณ” ชี้ทางรอด! ใช้ “คริปโต” ผ่าทางตันเศรษฐกิจซบเซา จ่อเปิดประเทศรับบิตคอยน์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 14.29 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 14.29 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (17 ก.ค. 68) ในงานเสวนา “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย…สู้วิกฤติโลก” (Unlocking Thailand’s Future) ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย…สู้วิกฤติโลก” พลิกเกมเศรษฐกิจไทย…สู่อนาคต ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการเปิดรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายด้วยคริปโตเคอร์เรนซี เพื่อดึงดูดเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ดร.ทักษิณ ได้เน้นย้ำคือการเตรียมพร้อมสำหรับการทำ Sandbox ทั่วประเทศ ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งเดิมรัฐบาลตั้งใจจะเริ่มต้นที่ภูเก็ต แต่ได้ขยายขอบเขตครอบคลุมทั่วทั้งประเทศแล้ว หัวใจสำคัญของ Sandbox นี้คือ ความร่วมมือจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อนุญาตให้ใช้ e-money ได้

การดำเนินการนี้จะปูทางให้ผู้ที่ถือครองคริปโตเคอร์เรนซีที่สำคัญและเป็นที่รู้จักทั่วโลก เช่น Bitcoin และ Ethereum สามารถนำมาจับจ่ายใช้สอยในประเทศไทยได้ พร้อมยกตัวอย่างว่าปัจจุบันมีสายการบินบางแห่งเริ่มประกาศรับขายตั๋วโดยใช้ Bitcoin แล้ว

ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้อธิบายกลไกการใช้จ่ายคริปโตเคอร์เรนซีว่า จะไม่มีความเสี่ยงสำหรับผู้ประกอบการหรือร้านค้า เพราะเมื่อมีการใช้จ่ายด้วย Bitcoin (เช่น ซื้อของมูลค่า 500,000 บาทที่ห้างสรรพสินค้า) ระบบจะสามารถแปลง Bitcoin นั้นเป็นเงินบาท (fiat money) ได้ทันที ผ่านระบบเครือข่าย การแลกเปลี่ยนที่รวดเร็วนี้ทำให้ผู้รับเงินไม่ต้องกังวลกับความผันผวนของราคา Bitcoin ซึ่งต่างจากการรับเงินสกุลอื่นที่อาจต้องรอแลกเปลี่ยนในภายหลัง

อดีตนายกรัฐมนตรี ยังเชื่อว่าผู้ที่ถือ Bitcoin ส่วนใหญ่ในปัจจุบันคือผู้ที่มีฐานะร่ำรวย เนื่องจากราคาของ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นสูงมาก ทำให้มีต้นทุนที่ต่ำและมีแนวโน้มที่จะอยากใช้จ่ายเงินมากขึ้น โดยมาตรการนี้คาดว่าจะช่วย กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และนำ "เงินใหม่" (New Money) หรือ "เงินสดใหม่" (Fresh Money) เข้าสู่ประเทศไทยอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น ภายในปีนี้

นอกจากนี้ ดร.ทักษิณ ยังได้กล่าวถึงภาพรวมของนโยบายที่มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวผ่านการเป็น Smart City ที่มีการติดตั้งกล้อง AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดึงดูดนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินเข้าประเทศ รวมถึงแนวคิดเรื่อง Golden Visa ที่จะเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติที่มีเงินมาฝากหรือลงทุนสามารถขอวีซ่าระยะยาว 10 ปี และมีสิทธิ์ขอเป็นพลเมืองไทยได้ในภายหลัง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง และเพิ่มจำนวนผู้เสียภาษีให้กับประเทศ ท่านยังย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบราชการให้เป็นดิจิทัล และการสร้างระบบ "เจ้าภาพ" ในหน่วยงานภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...