โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไทยงัดหมัดเด็ดถกสหรัฐฯ ขอเปิดเสรีภาษีหวังหนุนอุตสาหกรรม

News In Thailand

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 03.56 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ไทยงัดหมัดเด็ดถกสหรัฐฯ ขอเปิดเสรีภาษีหวังหนุนอุตสาหกรรม

เมื่อค่ำคืนวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าทีมเจรจา ทีมไทยแลนด์ ได้ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับ สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อยื่นข้อเสนอ ขอยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ หลายหมื่นรายการ หวังเปิดตลาดส่งออกใหม่ให้กับไทย ท่ามกลางความกังวลจากภาคเอกชนที่ไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลยอมเปิดเสรีนำเข้าสินค้าแบบเต็มรูปแบบ เอกชนเสียงแตก ย้ำ ได้ไม่คุ้มเสีย ถ้าเปิดเสรีแบบเวียดนาม-อินโดฯ ภายหลังการประชุม นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการหารือกับ 47 กลุ่มอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่พอใจหากรัฐบาลจะเปิดทางให้ยกเว้นภาษีเฉพาะบางรายการ เพื่อแลกกับการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ แต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งหากไทยเดินตามรอยเวียดนามและอินโดนีเซีย ที่เลือกเปิดเสรีการนำเข้าเกือบทั้งหมด แลกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพราะมองว่า ได้ไม่คุ้มเสีย

ย้ำว่า หากไทยเปิดตลาดนำเข้าสินค้าเป็น 0% ทั้งหมด อาจกระทบหนักต่อผู้ประกอบการในประเทศ เพราะหลายอุตสาหกรรมยังไม่มีความพร้อมรับมือกับการแข่งขันจากสินค้านำเข้า นักเศรษฐศาสตร์เตือน อย่าเสนอกลาง ๆ ต้องเลือกปกป้องให้ตรงจุดด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพ ให้ความเห็นว่า ขณะนี้ไทยเป็นประเทศที่ถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงที่สุดในกลุ่มอาเซียน หากไม่เร่งเดินหน้าเจรจา อาจเสียโอกาสทางการค้าในภูมิภาค เสนอให้ทีมไทยแลนด์ ไม่ควรยื่นข้อเสนอแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่ควรเลือกเจาะจงปกป้อง อุตสาหกรรมที่เปราะบางสูงเพียง 2-3 กลุ่ม เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเสื้อผ้าสำเร็จรูป เพราะใช้งบเยียวยาน้อย แต่ช่วยรักษาระบบเศรษฐกิจโดยรวมได้ หากปล่อยให้ไทยถูกเก็บภาษีสูงถึง 36% จะส่งผลเสียต่อภาคการส่งออกทั้งระบบ และการลดดอกเบี้ยจะช่วยอะไรไม่ได้เลย

ธปท.จับตาใกล้ชิด เตรียมแผนเยียวยา ขณะที่นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ธปท.กำลัง ติดตามผลการเจรจาภาษีสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการไหลทะลักของสินค้านำเข้า เขาย้ำว่า ขณะนี้ต้องเตรียมมาตรการ สนับสนุนการปรับตัวและเยียวยาภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ ให้ชัดเจนและพร้อมใช้ทันทีหากสถานการณ์เลวร้ายลง พร้อมระบุว่า การลดดอกเบี้ยนโยบายไม่ใช่คำตอบหลัก ในการแก้ปัญหาครั้งนี้ เพราะอุปสรรคจริงอยู่ที่โครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังไม่ยืดหยุ่นพอในการแข่งขัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...