โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สาวช็อกเจอศพเพื่อนบ้านหนุ่มใหญ่จบชีวิตตัวเอง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 02.48 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 02.48 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(18 ก.ค. 68) ช่วงหัวค่ำวานนี้(17 ก.ค.) พ.ต.ท.ศิริชัย โพธิจักร สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่งในชุมชนสร้างแก้ว 2 ถ.ทหาร ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงออกไปตรวจสอบพร้อมด้วย แพทย์เวร โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และอาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ และเป็นผู้แจ้งเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์โฮม 2 ชั้น เมื่ออาสากู้ภัยฯ เข้าไปถึงประตูรั้วหน้าบ้าน และส่องดูจากช่องประตูรั้ว พบศพชายไทยทราบชื่อภายหลังคือ นายนันชกร หรืออู้ด อายุ 54 ปี เจ้าของบ้าน ใช้เชือกผูกคอกับน็อตบนขื่อประตูทางเข้าตัวบ้าน อาสากู้ภัยฯ 2 นาย ต้องปีนประตูรั้วเข้าไปเพื่อทำการตรวจสอบ เนื่องจากประตูรั้วถูกล็อกจากด้านใน ก่อนรีบเข้าไปพยุงร่างเอาไว้ แล้วใช้มีดตัดเชือกไนล่อนนำร่างลงมานอนหงายไว้ที่พื้น จากการตรวจสอบพบว่า ไม่มีชีพจรแล้ว ที่ลำคอพบว่ามีการผูกเชือกไว้ถึง 6 รอบ จากการตรวจสอบตามร่างกาย และรอบบริเวณ พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้ายย

จากการตรวจสอบที่โต๊ะวางของ ริมหน้าต่างหน้าบ้าน พบทรัพย์สินหลายรายการวางอยู่บนโต๊ะ เช่น นาฬิกาแบรนด์เนม 5 เรือน กล่องแว่นกันแดด 3 กล่อง แหวนประดับหลายวง พระเครื่อง ธนบัตรเก่า เหรียญเงินเก่า และเล่มทะเบียนรถจักรยานยนต์ รวมทั้งสมุดบัญชี มีการเขียนสั่งลาว่า ให้นำศพไปฝังเอาไว้ใกล้แม่ และระบุว่าทรัพย์สินที่มีจะยกให้ญาติคนใดบ้าง

ที่กลางห้องโถงมีฟูกเตียงนอน ปลายเตียงพบขวดเบียร์ถูกเปิดดื่มไปแล้ว 3 ขวด ที่โต๊ะกินข้าวมีจานใส่ขนมขบเคี้ยว และโทรศัพท์คนตายวางอยู่ หลังจากนั้น น.ส.พันธิตา หรือนก อายุ 50 ปี อดีตภรรยา ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ เพื่อมาดูศพอดีตสามี และให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

น.ส.มลฤดี อายุ 31 ปี เพื่อนบ้านที่เห็นศพคนแรก เล่าว่า ตนมีบ้านอยู่ตรงข้ามกับบ้านผู้ตาย ตนกลับบ้านมาตั้งแต่ช่วงเย็น แล้วก็ขึ้นไปนอนพักผ่อนอยู่ด้านบนชั้น 2 เวลาประมาณ 18.50 น. น้องก็ขี่รถจักรยานยนต์กลับมาที่บ้าน ตนเลยเดินลงมาเปิดประตูให้น้อง เมื่อตนมองผ่านช่องประตูรั้วเข้าไปบ้านที่เกิดเหตุ ตนก็เห็นร่างคนห้อยอยู่หน้าประตูบ้าน ตนเลยเรียกน้องออกมาช่วยกันดู ก็พบว่าเป็นร่างคนผูกคอตาย ชายเจ้าของบ้านที่ผูกคอตายตนไม่สนิท พูดคุยกันตามประสาเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่จะรู้จักกับแฟนสาวของเขา และเขามาอยู่ที่บ้านนี้หลายปีแล้ว แฟนคนตายก็จะไปๆมาๆที่บ้านหลังนี้

ด้าน น.ส.นุ๊ก อายุ 30 ปี เพื่อนบ้านที่มีบ้านอยู่เยื้องกัน เล่าว่า ประมาณ 2 – 3 ปีก่อน บ้านหลังนี้เคยติดประกาศขายบ้าน ไม่นานก็ปลดป้ายออก แล้วให้คนเข้ามาเช่า ประมาณ 4 - 5 เดือนที่แล้ว พี่ผู้ชายก็กลับเข้ามาอยู่ในบ้าน ตนก็ไปออกกำลังกายในช่วงเย็น ก็เคยเห็นเขาบ้าง ไม่เคยคุยกัน แต่จะมีแฟนตนเข้าไปพูดคุยบ้างแต่ตนก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าคนตายทำงานอะไร จะเห็นขี่จักรยานยนต์ออกไปตอนเย็นแล้วก็ขี่เข้ามา ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นญาติหรือใครเข้ามาเยี่ยมเขา และตัวคนตายเองก็มักจะเก็บตัวอยู่ในบ้าน

ขณะที่ น.ส.พันธิตา หรือนก อายุ 50 ปี อดีตภรรยา เล่าว่า เคยอยู่กินกับคนตาย ร่วมกันเปิดร้านขายโจ๊กข้าวเปียกแกงเส้น เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว ตั้งแต่ยังไม่มีเงิน จนกระทั่งมีเงินมีฐานะกันมากขึ้น แต่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตนกับคนตายได้แยกทางกัน ช่วงแรกก็เอาข้าวมาส่ง แต่เลิกกันจริงจัง ไม่เข้ามาที่นี่ได้ 2 ปีแล้ว เขาก็บอกว่าให้เลือกจะเอาเงินเก็บ หรือจะเอาร้านขายโจ๊กข้าวเปียกแกงเส้น ตนก็เลยเลือกที่จะเอาร้านไว้ทำมาหากิน แล้วยกเงินเก็บประมาณ 7 – 8 ล้านบาท ให้คนตายไป

ได้คุยกับคนตายล่าสุดประมาณ 1 เดือนที่แล้ว ตนว่างเลยโทรหา ก็ถามกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง คนตายก็บอกแย่มาก สภาพตอนนี้รับตัวเองไม่ได้ ไม่เหลืออะไรเลย อดีตสามีเลือกเอาเงินทั้งหมดไป เขาก็ติดกินเที่ยว มีผู้หญิง เอาไปลงทุนเล่นหุ้น ตนเคยบอกเคยเตือนแล้ว พูดให้กำลังใจเขามาตลอด บอกเสมอว่าตนลำบากกว่าเขาหลายร้อยเท่า ต้องเริ่มต้นใหม่ เขายังมีบ้าน ยังมีที่ซุกหัวนอน แต่รู้มาว่าเขาเอาบ้านหลังนี้ไปจำนองได้ 1.6 ล้านบาท เมื่อ 2 ปีก่อน ก็ใช้จนหมดภายใน 3 วันเสียใจที่เขาคิดได้เพียงเท่านี้

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ตายเสียชีวิตเนื่องจากผูกคอตัวเอง จนขาดอากาศหายใจ และเสียชีวิต กระดูกต้นคอหลุด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชม. เบื้องต้นได้มอบศพให้อาสากู้ภัยฯ นำไปเก็บรักษาไว้ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อรอญาติมาติดต่อรับศพนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...