โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สแตนชาร์ตมั่นใจบีทีซีนิวไฮไตรมาส3 แรงซื้อต่อเนื่องดันทะลุ$200Kสิ้นปีนี้

Manager Online

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 09.09 น. • MGR Online

สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ดเชื่อครึ่งปีหลังบิตคอยน์ยังแรงต่อเนื่องจากกระแสการเข้าซื้อของภาคธุรกิจและความนิยมใน Bitcoin ETF กระทั่งไม่มีแนวโน้มว่า วงจรฮาล์ฟวิ่งจะฉุดรั้งราคาบีทีซีไว้ได้ โดยนักวิเคราะห์ของสแตนชาร์ตคาดราคาบิตคอยน์สิ้นไตรมาส 3 นี้จะวิ่งไปแตะ 135,000 ดอลลาร์ ก่อนปิดท้ายปีทะลุ 200,000 ดอลลาร์

เจฟฟ์ เคนดริก หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ชี้ว่า จากกระแสที่นักลงทุนยังหลั่งไหลเข้าลงทุนในบิตคอยน์เพิ่มมากขึ้น ธนาคารจึงเชื่อว่า บีทีซีจะสามารถข้ามผ่านวงจรเดิมที่ราคามักร่วงลงหลังปรากฏการณ์ฮาล์ฟวิ่ง 18 เดือน ซึ่งสำหรับวงจรปัจจุบันนั้นช่วงเวลาดังกล่าวจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนหรือตุลาคมนี้

ในรายงานชิ้นนี้ เคนดริกโฟกัสที่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากวงจรบิตคอยน์ฮาล์ฟวิ่ง หรือรูปแบบราคาที่เชื่อมโยงกับปรากฏการณ์บิตคอยน์ฮาล์ฟวิ่ง ซึ่งหมายถึงการลดจำนวนการผลิตบิตคอยน์ลงครึ่งหนึ่งทุก 4 ปี และที่ผ่านมามักส่งผลให้ราคาบีทีซีพุ่งขึ้น

แม้วงจรฮาล์ฟวิ่ง 2 ครั้งล่าสุดในปี 2016 และ 2020 ส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ตกลงหลังปรากฏการณ์ฮาล์ฟวิ่งประมาณ 18 เดือน แต่ผลประทบจากบิตคอยน์ ฮาล์ฟวิ่งครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2024 มีแนวโน้มแตกต่างออกไปเนื่องจากปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างเช่นกองทุน ETF และการเข้าซื้อของภาคธุรกิจ

หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ดผู้นี้ยังอ้างอิงนโยบายสำคัญที่อาจดันราคาบิตคอยน์ให้ทะยานต่อเนื่อง เช่น ความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะแต่งตั้งประธานผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่มาแทนเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งอาจส่งให้ราคาบีทีซีพุ่งขึ้นเนื่องจากตลาดคาดเดาว่า เฟดจะลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น รวมทั้งยังทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด

สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ดยังคาดว่า คองเกรสส์จะผ่านกฎหมายสเตเบิลคอยน์ที่มีชื่อว่า จีเนียส ซึ่งจะทำให้มีการใช้โทเคนที่ผูกกับดอลลาร์กว้างขวางขึ้นและดึงดูดเงินทุนของนักลงทุนรายย่อยเข้าสู่ตลาดคริปโต และบิตคอยน์จะได้อานิสงส์มากที่สุด

ด้วยเหตุนี้ เคนดริกจึงเชื่อว่า ผู้ถือครองระยะยาวจะขายบิตคอยน์น้อยลงในปีนี้ และเงินทุนจะไหลเข้าไม่ขาดสายและมากกว่าความพยายามกว้านซื้อเพื่อทำกำไร ราคาบิตคอยน์จึงน่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อไป

เขาคาดหมายว่า ราคาบิตคอยน์จะแตะ 135,000 ดอลลาร์ภายในวันที่ 30 กันยายน และย้ำหมุดหมาย 200,000 ดอลลาร์ภายในวันที่ 31 ธันวาคม หรือเกือบสองเท่าของราคาเมื่อวันพุธ (2 ก.ค.) ที่ 107,800 ดอลลาร์

ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุน บิตไวส์ คาดการณ์เหมือนกันว่า ราคาบีทีซีจะขึ้นไปถึง 200,000 ดอลลาร์ จากดีมานด์ของนักลงทุนประเภทสถาบันและความคืบหน้าของร่างกฎหมายควบคุมสเตเบิลคอยน์

อย่างไรก็ตาม สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ดยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่ราคาบิตคอยน์อาจผันผวนในช่วงปลายไตรมาส 3 และต้นไตรมาส 4 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับรูปแบบการปรับฐานจากปรากฏการณ์ฮาล์ฟวิ่งครั้งก่อนๆ

นอกจากนั้นรายงานล่าสุดของเคนดริกยังออกมาขณะที่ข้อมูลจากโซโซแวลูระบุว่า กองทุน spot Bitcoin ETF ของอเมริกามีเงินไหลออก 342.3 ล้านดอลลาร์เมื่อวันอังคาร (1 ก.ค.) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับจากวันที่ 6 มิ.ย. และคิดเป็นสัดส่วน 7% ของเงินทุนที่ไหลเข้าต่อเนื่อง 15 วันที่ 4,800 ล้านดอลลาร์

กระนั้น จากรายงานของเคนดริก กระแสเงินทุนใน Bitcoin ETF และการกว้านซื้อบิตคอยน์ของบริษัทต่างๆ มีมูลค่ารวมกัน 245,000 บีทีซีในไตรมาส 2 และสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ดคาดว่า มูลค่าดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นทั้งในไตรมาสปัจจุบันและไตรมาส 4

นอกจากนั้นการที่มีเงินทุนไหลเข้า Bitcoin ETF ถึง 12,400 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าเงินทุนที่ไหลเข้า Gold ETF ยังเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า นักลงทุนโยกเงินจากเครื่องมือการลงทุนที่ปลอดภัยมายังบิตคอยน์แทนในช่วงเวลาที่สถานการณ์โลกตึงเครียดหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...