โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SINO พร้อมขยายคลังสินค้าปลอดอากรหลังใหม่ในพื้นที่แหลมฉบัง รองรับดีมานด์ลูกค้าดันพื้นที่รวมทะลุ 3.3 หมื่น ตร.ม.

Wealthy Thai

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 04.17 น.

“บมจ.ไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น” หรือ SINOพร้อมลงทุนขยายคลังสินค้าปลอดอากร (Free Zone) หลังใหม่ในพื้นที่นิคมฯ แหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี หลังได้รับไฟเขียวจากบอร์ดบริษัทฯ เพิ่มพื้นที่อีกเกือบ 6,000 ตารางเมตร รวมเป็นกว่า 33,000 ตารางเมตร คาดพร้อมเปิดดำเนินงานภายในเดือนตุลาคมนี้ ปัจจุบันมีลูกค้าเดิมที่ต้องการเช่าพื้นที่แล้วประมาณ 40% และลูกค้าที่อยู่ระหว่างเจรจาอีก 8 ราย มั่นใจว่าจะมีผู้เช่าเต็มพื้นที่ภายในปี 2569
นายนันท์มนัส วิทยศักดิ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไซโน โลจิสติกส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SINO เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนขยายคลังสินค้าปลอดอากร (Free Zone) หลังใหม่ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี หลังจากได้รับการอนุมัติแผนลงทุนดังกล่าวจากคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อตอบสนองความต้องการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าเดิมและรองรับการขยายฐานลูกค้าใหม่ในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออกที่ต้องการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
อาคารคลังสินค้าปลอดอากรหลังใหม่จะมีพื้นที่รวมเกือบ 6,000 ตารางเมตร คาดว่าจะพร้อมเปิดดำเนินการภายในเดือนตุลาคม 2568 และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ปัจจุบันมีผู้เช่ารายเดิมในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นฐานลูกค้าของบริษัทฯ มีความต้องการขยายการเช่าพื้นที่มายังคลังสินค้าปลอดอากรหลังใหม่แล้วประมาณ 40% ของพื้นที่รวม เพื่อจัดเก็บชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ส่วนพื้นที่เช่าอีก 60%มั่นใจว่าจะมีผู้เช่าเต็มพื้นที่ภายในปี 2569 โดยปัจจุบันมีผู้แสดงความสนใจที่อยู่ระหว่างการเจรจาแล้ว 8 ราย ซึ่งมีทั้งฐานลูกค้าเดิมและผู้ประกอบการที่สอบถามเข้ามาก่อนหน้านี้
จากแผนงานขยายคลังสินค้าใหม่ครั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีพื้นที่คลังสินค้ารวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 33,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น คลังสินค้าทั่วไปเกือบ 10,000 ตารางเมตร และคลังสินค้าปลอดอากรอีกกว่า 23,000 ตารางเมตร รวมถึงจะเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้ของกลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนงานบริการโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัทฯ ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ประมาณ 5%
“การขยายคลังสินค้าหลังใหม่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัทฯ ในการเป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแบบครบวงจร สามารถตอบสนองความต้องการด้านโลจิสติกส์และการให้บริการเช่าพื้นที่จัดเก็บสินค้า ซึ่งปัจจุบันยังมีดีมานด์แข็งแกร่งและคาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากการขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทยเพื่อกระจายความเสี่ยง” นายนันท์มนัส กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...