โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DSI รับ คดีฝุ่นแดง เป็นคดีพิเศษ ลุย ทลายเครือข่าย รีไซเคิลศูนย์เหรียญ

Thaiger

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 15.18 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 08.18 น. • Thaiger ข่าวไทย

DSI รับ คดีฝุ่นแดง กว่า 700 ตัน ที่ท่าเรือกรุงเทพฯ เป็นคดีพิเศษ เตรียมขุดรากถอนโคนเครือข่าย รีไซเคิลศูนย์เหรียญ ที่ใช้เอกสารราชการปลอมลักลอบนำเข้ากากอุตสาหกรรมอันตรายกว่า 10,000 ตัน โยงกลุ่มบริษัทและนายหน้าชาวจีน

(วันที่ 3 กรกฎาคม 2568) ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้คุมทีมสุดซอย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เผยว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีมติรับกรณีขบวนการลักลอบนำเข้า ฝุ่นแดง ซึ่งเป็นกากอุตสาหกรรมอันตรายเป็นคดีพิเศษแล้ว ภายหลังจากที่หน่วยงานร่วมหลายฝ่ายเข้าเปิดตู้สินค้าล็อตล่าสุดกว่า 700 ตัน ที่ท่าเรือกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา

การขยายผลครั้งนี้ถือเป็นจุดสำคัญในการทลายเครือข่าย รีไซเคิลศูนย์เหรียญ ที่ใช้เอกสารราชการปลอมในการนำเข้าของเสียจากต่างประเทศเข้ามาสร้างปัญหาทิ้งไว้ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และเตรียมนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแบบขุดรากถอนโคน

“ไปให้สุด ไม่หยุดจนกว่าจะสุดซอย เครือข่ายฟอกฝุ่นแดง สู่การดำเนินคดีโดย DSI รับแจ้งจากท่าน พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ที่ปรึกษาโครงการฯ DSI คดีฝุ่นแดงจำนวน 700 ตัน ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับ กรมศุลกากร ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ร่วมกันเปิดตู้สินค้านำเข้าฝุ่นแดง จากประเทศโมร็อกโก ที่ท่าเรือกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 68 ขณะนี้ DSI รับเป็นคดีพิเศษแล้ว เลขที่คดี 70/2568 รายละเอียดของคดีตามด้านล่าง

ภาพจาก: FB/ ฐิติภัสร์ โอ๋ โชติเดชาชัยนันต์

ด้วยหนังสือราชการปลอม นำไปสู่การทลายแก๊งค์ฟอกฝุ่นแดงศูนย์เหรียญครั้งใหญ่ เอกสารราชการปลอม สู่การลักลอบนำเข้าฝุ่นแดง อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ กรกฎาคม 67 – มกราคม 68 รวมปริมาณกว่า 10,000 ตัน มูลค่าการนำเข้ากว่า 45 ล้านบาท แถมได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า แต่เมื่อนำฝุ่นแดงหลอมสกัดเอาซิงค์ออกมา ส่งขายต่างประเทศจะสร้างมูลค่าได้ตันละไม่ต่ำกว่า 1,000 เหรียญสหรัฐ ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 68 บริษัทผู้นำเข้าชื่อ KMC 1953 จำกัด ถูกอายัดตู้สินค้า เพราะเจ้าหน้าที่สงสัยตู้สินค้าที่สำแดงเป็น ZINC CONCENTRATE น่าจะสำแดงเท็จ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสินค้าปรากฎผลวิเคราะห์และที่มาของเสียเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุตาม พรบ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535

ภาพจาก: FB/ ฐิติภัสร์ โอ๋ โชติเดชาชัยนันต์

กรมโรงงานอุตสาหกรรมรายงานมายัง รมว. เอกนัฏ และท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ส่งทีมเข้าตรวจสอบเบื้องต้นที่ บริษัท KMC 1953 จำกัด ให้การยอมรับและเปิดเผยข้อมูลโบรกเกอร์และข้อมูลโรงงานปลายทางที่รับฝุ่นแดง เดือนมีนาคม 68 ทีมสุดซอย ร่วมกับ บก.ปทส. และ DSI ขอหมายค้นเข้าตรวจสอบบริษัท KMC พร้อมยึดอายัดเอกสาร คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และกล้องวงจรปิด พร้อมสอบปากคำผู้บริหาร บริษัท KMC ให้การว่า มีหุ้นส่วนชื่อ นางสาวเจน ชาวจีนทำหน้าที่เป็นนายหน้าจัดหาฝุ่นแดงจากหลายประเทศนำเข้ามายังประเทศไทย โดยมีบริษัทชิปปิ้งทำหน้าที่เดินเอกสารทำขั้นตอนผ่านด่านศุลกากร

เมื่อนำฝุ่นแดงเข้ามาแล้วจะมีบริษัทโบรเกอร์ 3 บริษัท ได้แก่ บ.จีเอ็นฯ บ.เว้ลธ์ฟิวชั่นฯ และ บ.เจจีเอสฯ รับไปกระจายต่อให้กับโรงงานปลายทางได้แก่ บ.หัวจงฯ จ. สมุทรสาคร บ.เอฟเวอร์โกรวิ่งฯ จ.ฉะเชิงเทรา และ บ.จินฮุ้ยฯ จ.สมุทรสาคร โดยทั้งหมดคือคนชาติเดียวกันกับ นางสาวเจน ทั้งหมด ช่วงเดือน มีนาคม 68 ที่ทีมสุดซอยเข้าตรวจค้น บ. KMC พบเอกสารและหลักฐานว่ายังมีความพยายามส่งฝุ่นแดงเข้ามาในประเทศอีก 1 ล็อตในช่วงเดือน เมษายน 68

กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงประสานไปยังกรมศุลกากร แจ้งเฝ้าระวังตู้สินค้าจำนวน 36 ตู้ กรมศุลกากรล็อคตู้สินค้าต้องสงสัยตั้งแต่เดือน เมษายน 68 และมีหนังสือแจ้งบัญชีสินค้าค้างของ บ. KMC ประสานมายังกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อร่วมเปิดตู้สินค้าตรวจสอบ ผลปรากฏฝุ่นแดงกว่า 700 ตัน จากประเทศโมร็อกโก

กรมโรงงานอุตสาหกรรมผลักดันฝุ่นแดงกลับประเทศต้นทาง และร่วมกับกรมศุลกากรร้องทุกข์กล่าวโทษไปยัง DSI ให้รับไปเป็นคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีแบบขุดรากถอนโคนขบวนการนี้ให้เด็ดขาด ส่วนหนังสือราชการปลอมที่ออกโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี และยังมีอีกหลายฉบับที่ตรวจพบในสำนักงานฯ ตรวจสอบแล้วพบข้อเท็จจริงการกระทำผิดวินัยร้ายแรง และอยู่ระหว่างการพิจารณาโดยคณะกรรมการวินัย นอกจากการตรวจสอบเอาผิดภายในกระทรวงแล้วยัง ส่งดำเนินคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...