ธนาคารกลางสิงคโปร์ อัดงบกว่า 800 ล้านดอลล์ หนุนตลาดหุ้นในประเทศ ดึงยักษ์ใหญ่บริหารกองทุน
ธนาคารกลางสิงคโปร์ ประกาศจัดสรรงบประมาณ 800 ล้านดอลล์ ให้กับ 3 บริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำ หวังกระตุ้นสภาพคล่อง ดึงดูดนักลงทุน และพลิกฟื้นศักยภาพตลาดหุ้นในประเทศ
วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เตรียมจัดสรรงบประมาณกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 856 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ 3 บริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่ ได้แก่ JP Morgan Asset Management, Avanda Investment Management และ Fullerton Fund Management เพื่อกระตุ้นสภาพคล่องและขยายฐานนักลงทุนในตลาดหุ้นท้องถิ่น
งบประมาณดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Equity Market Development Programme มูลค่ารวม 5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งประกาศครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดย MAS ระบุว่าได้รับข้อเสนอเข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 ราย และมีแผนจะประกาศแต่งตั้งบริษัทจัดการกองทุนเพิ่มเติมในไตรมาส 4 ของปีนี้
MAS ยังเตรียมตั้งงบเพิ่มอีก 50 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการวิจัยตลาดทุนภายในประเทศ และส่งเสริมการเติบโตของระบบนิเวศผลิตภัณฑ์ในตลาดหลักทรัพย์
นาย Chee Hong Tat รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาประเทศ กล่าวว่า"เราไม่ได้มองแค่การอัดฉีดเงินเข้าสู่ตลาดหุ้นในประเทศเท่านั้น แต่ยังเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมบริหารจัดการกองทุนของสิงคโปร์ให้เติบโตด้วย"
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิรูปตลาดทุน ที่รัฐบาลประกาศเมื่อต้นปี 2568 ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้สำนักงานครอบครัว (Family Offices) บางแห่งลงทุนในหุ้นท้องถิ่น และการปรับเกณฑ์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้เอื้อต่อบริษัทหน้าใหม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสิงคโปร์เผชิญกับปัญหาการเพิกถอนหุ้น (delisting) มากกว่าการจดทะเบียนใหม่ (IPO) โดยในปี 2024 มี IPO เพียง 4 ราย รวมมูลค่าระดมทุนเพียง 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรอบกว่า 20 ปี
อย่างไรก็ตามเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบ้าง เช่น กรณี NTT DC REIT ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ระดมทุนได้กว่า 773 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถือเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 8 ปี โดยมี GIC กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสิงคโปร์เป็นนักลงทุนหลัก
ดัชนี Straits Times Index ซึ่งเป็นดัชนีหลักของตลาดหุ้นสิงคโปร์ ยังแตะระดับสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคาร
ทั้งนี้ทีมงานปฏิรูปตลาดทุนมีแผนจะเสนอชุดมาตรการเพิ่มเติมภายในสิ้นปี 2568 ซึ่งรวมถึงการเสริมสร้างกลไกมีส่วนร่วมของผู้ถือหุ้น การลดขนาดขั้นต่ำในการซื้อขายหุ้น (board lot size) เพื่อเอื้อนักลงทุนรายย่อย และการปรับปรุงระบบฝากและดูแลหลักทรัพย์หลังการซื้อขายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com