โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สปสช. ยัน "ตรวจเวชระเบียน" ไม่ใช่จับผิด 3 กองทุนสุขภาพใช้เกณฑ์ สธ.

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 21.00 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 03.50 น.

22 กรกฎาคม 2568 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. เปิดเผยถึงกรณีที่มีการตรวจสอบการเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ที่เป็นการสุ่มตรวจเวชระเบียนของแพทย์ที่ให้การรักษาผู้ป่วยนั้น ยืนยันว่า เป็นระบบการตรวจสอบปกติของระบบหลักประกันสุขภาพในทุกประเทศ ในประเทศไทยเองก็มีการตรวจสอบทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ คือ กองทุนบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ

โดยหลักเกณฑ์การตรวจสอบการเบิกจ่ายมาจากคู่มือแนวทางมาตรฐานการให้รหัสโรค หรือ Standard Coding Guidelines ซึ่งทำโดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับราชวิทยาลัยทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยอ้างอิง ICD-10 ขององค์การอนามัยโลกและกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศใช้เป็นคู่มือปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ

ปัจจุบันเป็นฉบับปี ค.ศ.2017 หรือ พ.ศ.2560 โดยจะสุ่มตรวจเวชระเบียนของหน่วยบริการซึ่งจะมีการแจ้งไปยังหน่วยบริการว่าจะสุ่มตรวจผู้ป่วยรายใดเพื่อให้จัดเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนการตรวจสอบ และหลังแจ้งผลการตรวจสอบไปให้รับทราบ หากหน่วยบริการไม่เห็นด้วยก็สามารถอุทธรณ์ได้ ขณะที่ผู้ตรวจสอบหรือ Auditor นั้นก็มาจากทุกภาคส่วน ส่วนใหญ่หรือ 90% เป็นผู้ตรวจสอบจากหน่วยบริการของกระทรวงสาธารณสุข

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

โฆษก สปสช. กล่าวว่า การตรวจสอบเวชระเบียนในการเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ ไม่ใช่การจับผิดแพทย์ ไม่ได้หาว่าใครทำผิด หรือทุจริตแต่เป็นไปเพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการเบิกจ่ายซึ่งจะส่งผลต่อการรับค่าชดเชยที่ไม่เป็นธรรมได้ ทั้งกรณีที่หน่วยบริการได้รับการชดเชยมากหรือน้อยเกินไปจากอัตราที่ควรได้รับ

กรณีที่พบว่า บันทึกน้อยกว่าการให้บริการจริง สปสช. ก็จะปรับเพิ่มผลงานให้ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับงบประมาณเพิ่มตามผลงานที่ทำมาจริงแต่กรณีที่บันทึกมากกว่าการให้บริการจริง สปสช. ก็จะปรับลดผลงานในส่วนที่เบิกมาเกินเพื่อให้เป็นผลงานที่แท้จริง

"การดำเนินการครั้งนี้ ไม่มีการเรียกเงินคืนกลับมาที่ สปสช. แต่เป็นเงินที่คืนกลับเข้ามาในงบประมาณสำหรับรักษาพยาบาลผู้ป่วยใน ที่เป็นงบประมาณปลายปิด เพื่อบริหารจัดการสำหรับการรักษาผู้ป่วยทั้งประเทศและเฉลี่ยคืนให้กับเขตสุขภาพเพื่อจัดสรรให้โรงพยาบาลภายในเขตต่อไป" โฆษก สปสช. กล่าว

ส่วนการสุ่มตรวจ 3% นั้น ยืนยันว่า เป็นไปตามประกาศกำหนดและมาตรฐานทางสถิติ ซึ่ง สปสช. ได้ขอคำแนะนำจากสำนักงานสถิติแห่งชาติในการดำเนินการ โดยคำแนะนำให้คำนวณค่าความเชื่อมั่น (Confidence Interval) ที่ 95% ด้วยเสมอ

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของการสุ่มตรวจนั้น เป็นการเลือกบางส่วนมาตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะสรุปผลทั้งหมดด้วยทรัพยากรที่จำกัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้การใช้งบประมาณที่เหมาะสมซึ่งการสุ่มตรวจที่มีนัยสำคัญทางสถิตินั้นไม่จำเป็นต้องมีเปอร์เซ็นต์ที่สูงมากโดยเฉพาะในกรณีการตรวจสอบเวชระเบียนที่มีเป็นแสนฉบับเช่นนี้

รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวย้ำว่า ไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีการตรวจสอบเวชระเบียนเพื่อการเบิกจ่าย ทุกประเทศที่มีระบบหลักประกันสุขภาพให้กับประชาชนมีการตรวจสอบเช่นนี้ทั้งหมดและหลายประเทศมีการกำกับและมาตรการลงโทษเมื่อพบการเบิกเกินกว่าผลงานที่ให้บริการด้วย เช่น เยอรมนี นอกจากให้คืนเงินแล้วยังปรับเพิ่มเท่ากันอีก 1 เท่า กรณีที่ฝรั่งเศส โรงพยาบาลจะถูกปรับลดงบเมื่อบันทึกข้อมูลไม่ถูกต้อง เป็นต้น

ส่วนของไทยนั้นไม่มีมาตรการลงโทษเหมือนที่ต่างประเทศทำเราทำเพียงการปรับลดหรือเพิ่มผลงานตามจริงเพื่อการเบิกจ่ายที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...