โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แม่ทัพภาค 2 ลั่น! ยังสู้เคียงไหล่ทหารชายแดน ไม่หวั่นข่าวปลอม

News In Thailand

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 06.12 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
แม่ทัพภาค 2 ลั่น! ยังสู้เคียงไหล่ทหารชายแดน ไม่หวั่นข่าวปลอม

พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ออกมายืนยันอย่างชัดเจนในวันที่ 28 ก.ค. 2568 ว่ากระแสข่าวในโซเชียลมีเดียของฝั่งกัมพูชา ที่มีภาพทหารถือป้ายพร้อมรูปและข้อความ RIP ที่อ้างถึงตัวเขานั้น ไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่าเป็นการปล่อยข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนเพื่อทำลายขวัญกำลังใจของทหารแนวหน้า รวมถึงปลุกปั่นความไม่มั่นคงในใจคนไทย

แม่ทัพบุญสินกล่าวว่า "ผมยังคงอยู่แนวหน้า ทำงานเคียงข้างกับเจ้าหน้าที่ทุกนายอย่างไม่ลดละ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนและปกป้องอธิปไตยของชาติ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายอย่างแท้จริง"

เขาย้ำว่า ฝ่ายกัมพูชามีความพยายามบิดเบือนข้อมูลอยู่บ่อยครั้ง จึงอยากให้ประชาชนไทยติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ พร้อมเรียกร้องให้สังคมรู้เท่าทันสงครามข่าวสารที่อาจบั่นทอนเสถียรภาพในประเทศ

ในขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กของกองทัพภาคที่ 2 ก็ได้โพสต์ชี้แจงต่อกรณีเหตุระเบิดบริเวณอาคารร้างฝั่งกัมพูชา ใกล้ชายแดนไทยว่า มีการตรวจพบการตั้งอาวุธยิงสนับสนุนวิถีโค้งในพื้นที่พลเรือน ซึ่งหลายครั้งอาวุธเหล่านี้ถูกนำมาใช้โจมตีเขตพลเรือนฝั่งไทยโดยตรง ถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรม และเข้าข่าย การใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ หรือ Human Shieldซึ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ระบุชัดว่า ไทยยังคงยึดหลักสันติวิธี และให้ความเคารพต่ออธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้มาตรการป้องกันตนเองอย่างเข้มข้นต่อภัยคุกคามที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...