โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เนสท์เล่ เฮ ปธ.ศาลอุทธรณ์ฯให้โอนคดีไปชี้ขาดศาลทรัพย์สินฯ เนสกาแฟยังขายต่อ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 21.43 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 04.03 น.

จากกรณีที่ "เนสท์เล่" ยื่นขอให้ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ พิจารณาเรื่องเขตอำนาจศาลว่า คดีข้อพิพาทระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลแพ่งมีนบุรีหรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

โดยวันนี้ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 304 ศาลแพ่งมีนบุรี ในคดีหมายเลขดำที่ พ 571/2568 ศาลแพ่งมีนบุรีได้อ่านคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ โดยประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษได้วินิจฉัยให้โอนคดีนี้ไปศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ย้อนรอยคดีหมายเลขดำที่ พ 517/2568

สำหรับคดีหมายเลขดำที่ พ 517/2568 ที่มีโจทย์ คือ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ นางสุวิมล มหากิจศิริ และนายประยุทธ มหากิจศิริ รวม 3 คน

ยื่นขอให้ศาลแพ่งมีนบุรีมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ห้ามเนสท์เล่ผลิต ว่าจ้างผลิต จำหน่าย และนำเข้าผลิตภัณฑ์แบรนด์ Nescafé ในประเทศไทย

โดยคดีนี้มี บริษัท เนสท์เล่ เอส.เอ , โซชิเอเต้ เดส์ โปรดุยต์ส เนสท์เล่ เอส.เอ , บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด , นายรามอน เมนดิวิล กิล , บริษัท เนสท์เล่ อาร์โอเอช (ประเทศไทย) และ บริษัท เนสท์เล่เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด รวม 6 คน เป็นจำเลย

ซึ่งเดิมทีศาลแพ่งมีนบุรีนัดไต่สวนฉุกเฉินคำร้องของฝ่ายจำเลย(เนสท์เล่) ที่ยื่นคำร้องเมื่อวันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2568 เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของมหากิจศิริ แต่เนื่องจากกำลังเป็นช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ศาลจึงนัดคู่ความอีกครั้งวันที่ 17 เม.ย.68

ปรากฏว่าในวันที่ 17 เม.ย. 68 ทนายของจำเลยที่ 2 และที่ 3 (ฝ่ายเนสท์เล่) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพิ่มอีกฉบับ เพื่อขอให้ศาลแพ่งมีนบุรียื่นคำร้องไปยังประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ขอให้วินิจฉัยอำนาจการพิจารณาคดีดังกล่าวของศาลแพ่งมีนบุรี

โดยจำเลย(เนสท์เล่)ระบุเหตุผลในคำร้องว่า เนื่องจากคดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จึงขอให้โอนคดีไปให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเป็นผู้พิจารณา

ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าวของประธานศาลอุทธรณ์ฯในวันนี้ (20มิ.ย.68) ทำให้คดีดังกล่าวจะถูกโอนคดีไปยังศาลทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้เนสท์เล่ยังคงดำเนินธุรกิจเนสกาแฟในประเทศไทยตามปกติ รวมทั้งการผลิต จ้างผลิต นำเข้า และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนสกาแฟในประเทศไทย

โดยเนส์เล่ ยืนยันว่าจะมุ่งมั่นที่จะดำเนินการผลิตเนสกาแฟในประเทศไทย และยังคงรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบจากเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่องเหมือนเช่นเคย และเนสท์เล่จะยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยเพื่อสร้างประโยชน์แก่ลูกค้า ผู้บริโภค พนักงานของเนสท์เล่ เกษตรกร ตลอดจนพันธมิตรทางธุรกิจของเนสท์เล่ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...