โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ผลโพลคือใบเตือนหายนะ! แฉทำไม “รู้ว่าจะพัง” แต่ “แพทองธาร-เพื่อไทย” ยังยื้อไม่เลิก

สยามรัฐ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 05.00 น.

“คะแนนร่วงไม่ใช่แค่ตัวเลข! เปิดโปงเหตุผลลึกที่แพทองธารไม่ลาออก ไม่ยุบสภา แม้เสียงประชาชนกึกก้อง”

การเมืองไทย ณ กลางปี 2568 กำลังเข้าสู่ห้วงเวลาที่เปราะบางที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี ท่ามกลางคลื่นการประท้วง เสียงเรียกร้องให้ลาออก และการจับตาของสังคมต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏผลสำรวจล่าสุดจาก “นิด้าโพล” เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่เปรียบเสมือน “กระจกเงา” สะท้อนสถานะทางการเมืองของรัฐบาลและตัวนายกรัฐมนตรีอย่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้อย่างชัดเจนและโหดร้าย

ดิ่งเหว! คะแนนนิยมแพทองธารร่วงจากเบอร์หนึ่งสู่เบอร์ห้า

จากผลโพลครั้งนี้ แพทองธารได้รับความนิยมในฐานะนายกรัฐมนตรีเพียง 9.20% จากที่เคยแตะ 30.9% เมื่อต้นปี นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลขตกต่ำธรรมดา แต่คือสัญญาณแห่ง “ความไม่ไว้วางใจ” ของประชาชนที่ส่งตรงถึงรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อบุคคลที่ก้าวขึ้นมาแทนที่กลับไม่ใช่หน้าเก่าคนเดิม หากแต่คือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งได้คะแนนนิยมถึง 31.48% นำโด่งทิ้งห่างทุกคน

นอกจากตัวบุคคล คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยก็ทรุดไม่ต่างกัน เหลือเพียง 11.52% จากเดิมที่มี 28.05% ในไตรมาสแรกของปี ซึ่งตอนนั้นพรรคเพื่อไทยยังยืนหนึ่งในฐานะพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันร่วงลงมาอยู่เพียงอันดับ 3 รองจากพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคประชาชน

คำถามคือ ทำไมถึงยัง “ไม่ยุบสภา” หรือ “ลาออก” ทั้งที่สถานการณ์กำลังบีบคั้น?

ความเงียบที่มีนัยยะ: แพทองธารรู้ว่าถ้ายุบ-คือจบ!

การเพิกเฉยต่อแรงกดดันทางการเมือง ไม่ใช่เพียงเพราะความดื้อดึงหรือความมั่นใจส่วนตัวของนายกรัฐมนตรี หากแต่เป็น “กลยุทธ์จำเป็น” ของพรรคเพื่อไทย และเครือข่ายทางอำนาจในเงา ซึ่งเล็งเห็นว่าหากมีการยุบสภาหรือเปิดทางให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเวลานี้ เท่ากับว่า “ทุกอย่างที่กุมอยู่ จะหลุดมือทันที”

คะแนนนิยมที่ลดฮวบของแพทองธาร ชี้ชัดว่าหากมีการเลือกตั้งซ้ำ พรรคเพื่อไทยอาจไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้อีก พรรคประชาชนที่กำลังเป็นดาวรุ่งจะกวาดคะแนนในเขตเมือง เขตปริมณฑล และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติอาจกลับมารวมพลังกับฐานอนุรักษนิยม

“การเลือกตั้งวันนี้เท่ากับแพ้แน่” คือความจริงที่คนในเพื่อไทยรู้ดีที่สุด

ปัจจัยลึก: คลิปเสียง-คำร้องถอดถอน-ม็อบข้างถนน

การที่คะแนนนิยมดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ไม่ได้เกิดจากเหตุผลเดียว แต่คือ “พายุลูกใหญ่” ที่ซัดกระหน่ำจากทุกทิศ

1.คลิปเสียงกับฮุนเซน – เสียงสนทนาที่หลุดออกมาระหว่างแพทองธารกับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งถูกมองว่าพาดพิงถึงความมั่นคงและกองทัพ นำไปสู่เสียงวิจารณ์ว่า “ขายอธิปไตย” และกลายเป็นเชื้อเพลิงให้ฝ่ายต่อต้านปักป้ายว่าเธอไม่เหมาะสม

2.คำร้องถอดถอนในศาลรัฐธรรมนูญ – วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ศาลจะพิจารณาว่าจะรับคำร้องที่วุฒิสภายื่นเพื่อถอดถอนแพทองธารหรือไม่ หากศาลรับคำร้อง นั่นหมายถึงเธอจะต้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่” ทันที ซึ่งยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรีในสายตาประชาชนยิ่งสั่นคลอน

3.ม็อบ “รวมพลังแผ่นดิน” และเสียงเรียกร้องจากภาคประชาชน – ผู้ชุมนุมจำนวนมากเริ่มออกมาแสดงพลังโดยสันติ บีบให้เธอลาออกหรือยุบสภาเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่กลับพบเพียงความเงียบ

การไม่ตอบสนองของแพทองธารต่อสถานการณ์เหล่านี้ จึงไม่ใช่แค่การ “นิ่งเฉย” หากคือ “การประคองตัวให้อยู่รอด” โดยการยื้อเวลา หวังว่าแรงกดดันจะคลี่คลาย และประชาชนอาจลืมเลือน หรืออย่างน้อยลดระดับความไม่พอใจลง

เกมแห่งอำนาจที่ไม่มีที่ว่างให้ความพ่ายแพ้

พรรคเพื่อไทยไม่ได้เพียงพ่ายแพ้ในสนามความนิยมเท่านั้น แต่ยังเริ่มเสียพื้นที่ในเชิงยุทธศาสตร์การเมืองด้วย เมื่อ “พรรคประชาชน” ที่นำโดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กำลังยึดฐานเสียงของคนรุ่นใหม่ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันก็มีภาพของความ “สะอาด กล้าชน ชัดเจน” ตรงข้ามกับภาพลักษณ์ของเพื่อไทยในเวลานี้ที่เต็มไปด้วยข้อครหา คลิปเสียง ความคลุมเครือ และคำถามเรื่องจริยธรรม

แม้กระทั่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีที่วางมือทางการเมือง เพื่อไปทำหน้าที่องคมนตรีแล้ว ยังกลับมาติดอันดับความนิยมได้ถึง 12.72% แสดงให้เห็นว่า “คนไทยเริ่มถอยจากเพื่อไทย” และมองหาทางเลือกอื่นที่ไม่จำเป็นต้องเป็นอนาคตใหม่สุดโต่ง แต่อาจเป็นแค่ “สิ่งที่พวกเขาไว้วางใจได้” เท่านั้นเอง

แพทองธารในสายตาประชาชน: จากความหวังสู่ความผิดหวัง?

แพทองธารเคยเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง “เลือดใหม่” ของตระกูลชินวัตร การเลือกเธอเป็นนายกรัฐมนตรีคือการเดิมพันครั้งใหญ่ของพรรคเพื่อไทยเพื่อเรียกฐานเสียงคนรุ่นใหม่ หญิงเก่ง และมวลชนเสื้อแดงรุ่นใหม่ให้กลับมา แต่ในเวลาไม่ถึงครึ่งปี คะแนนนิยมของเธอกลับดิ่งเหว

เหตุผลคืออะไร? คำตอบอาจอยู่ที่:

-ขาดความเด็ดขาดและภาวะผู้นำที่ชัดเจน

-ไม่มีผลงานเด่นเป็นรูปธรรม

-การสื่อสารที่อ่อนด้อยท่ามกลางวิกฤต

-ข้อครหาเรื่องการสืบทอดอำนาจแบบเนียนๆ ของ “ระบอบทักษิณ”

นิด้าโพลไม่ใช่แค่โพล แต่มันคือ “ใบแจ้งเตือนก่อนหายนะ”

ผลโพลครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ “คะแนนลด” แต่คือใบแจ้งเตือนที่บอกว่า ถ้าไม่เปลี่ยนแนวทาง ไม่รับฟังประชาชน และยังดื้อดึงเดินเกมยื้อเวลา สุดท้ายแล้ว “ประชาชนจะเป็นฝ่ายยุติระบอบนี้ด้วยตัวเอง”

แพทองธารและพรรคเพื่อไทยอาจเลือก “ไม่ลาออก ไม่ยุบสภา” เพื่อรักษาอำนาจชั่วคราว แต่อาจแลกมาด้วยการสูญเสียฐานเสียง และความน่าเชื่อถือถาวรในระยะยาว

และหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องในวันที่ 1 กรกฎาคม ทุกอย่างไม่ใช่แค่ “คะแนนร่วง” แต่อาจเป็น “จุดจบ” ของเกมอำนาจที่ชื่อว่า “แพทองธาร ชินวัตร”

#แพทองธาร #นิด้าโพล #ยุบสภา #พรรคเพื่อไทย #ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #การเมืองไทย #ผลโพล #รัฐบาลแพทองธาร #ชินวัตร #ศาลรัฐธรรมนูญ #ม็อบ18มิถุนา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...