โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CIMBT หวั่น กนง. ลดดอกเบี้ยช้า เศรษฐกิจเสี่ยงทรุดครึ่งปีหลัง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 06.58 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT เปิดเผยว่า ในการประชุมวันที่ 25 มิ.ย. 68 กนง. มีมติ 6:1 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% โดยกรรมการเสียงข้างน้อย 1 เสียงเสนอให้ลดดอกเบี้ยลง 0.25% เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้กับภาคเศรษฐกิจที่เริ่มเปราะบางมากขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรกจะโตดีกว่าคาด จากการส่งออกและ ภาคการผลิต (ทำให้ธปท. ปรับจีดีพีปีนี้ขึ้นจาก 1.8% มาอยู่ที่ 2.3%) แต่สัญญาณจากครึ่งปีหลังกลับเริ่มชัดเจนว่ากำลังแผ่วลง

ทั้งนี้ การบริโภคเอกชนชะลอตามรายได้และความเชื่อมั่น จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้รายจ่ายต่อหัวยังพอช่วยพยุงธุรกิจไปต่อได้ แต่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญแรงกดดันจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยน และสินค้านำเข้าที่แข่งขันรุนแรง สินเชื่อโดยรวมชะลอต่อเนื่อง จาก SMEs และครัวเรือนรายได้น้อย โดยคุณภาพสินเชื่อเริ่มแย่ลง สะท้อนผ่าน NPL และ การระมัดระวังของสถาบันการเงิน

ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่ากรอบเป้าหมายต่อเนื่องอีก 2 ปี โดยเงินเฟ้อทั่วไปปี 2568 คาดที่ 0.5% และ ปี 2569 ที่ 0.8% (ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย 1–3%)

โดย ดร.อมรเทพ ระบุในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า แล้วทำไม กนง. ยังไม่ลดดอกเบี้ย มองว่าเศรษฐกิจยังไม่แย่พอ หรือแรงส่งจากไตรมาสแรก และการส่งออก โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ ยังช่วยพยุงภาพรวม หรือต้องการดูพัฒนาการไตรมาสถัดไปก่อนตัดสินใจใช้กระสุน หรือยังต้องการเก็บ policy space ไว้ใช้ในอนาคต หรือ ความไม่แน่นอนจากต่างประเทศสูงมาก สงคราม , มาตรการภาษีสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ถ้าลดตอนนี้แล้วสถานการณ์โลกเลวร้ายลงอีกอาจไม่มีดอกเบี้ยนโยบายเหลือใช้ ซึ่งไม่เชื่อว่า การลดดอกเบี้ยตอนนี้จะได้ผลดีเท่าที่ควร เพราะกลไกการส่งผ่านนโยบายยังติดขัด ความเชื่อมั่นต่ำ, สินเชื่อไม่ขยาย, แบงก์ยังเข้มงวด ลดดอกเบี้ยอาจไม่ทำให้คนกล้าใช้จ่าย หรือ กู้เพิ่ม

นอกจากนี้ มองว่าเงินเฟ้อต่ำ มาจากอุปทานไม่ใช่ดีมานด์ จากราคาพลังงานและอาหารสด ซึ่งยังไม่เห็นสัญญาณภาวะเงินฝืดที่ต้องกังวล โดยเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะกลางยังอยู่ในกรอบ

รวมไปถึง เรื่องดอกเบี้ยส่งผลจริงใช้เวลา 6–12 เดือน หากครึ่งปีหลังเศรษฐกิจดิ่ง แล้วเพิ่งลดตอนปลายปีจะช่วยไม่ทัน ยิ่งเศรษฐกิจไทยปีหน้าเสี่ยงสูง แบงก์ชาติคาดโตเพียง 1.7% ส่งออกหดตัว อุปสงค์ในประเทศซึมลง

โดยเงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย 2 ปีซ้อน ถ้ากรอบเงินเฟ้อ 1–3% คือ เป้าหมายจริง ก็ควรสะท้อนว่ากรอบนี้ไม่มีผลทางนโยบายจริง (de-anchored) โดยดอกเบี้ยที่สูงไป ทำให้ภาคเศรษฐกิจเปราะบาง ทั้ง SMEs ที่ถูกกดดันจากต้นทุนเงินทุน ครัวเรือนหนี้สูง เจอภาระผ่อนหนักขึ้น บางกลุ่มหันไปพึ่งสินเชื่อนอกระบบ ซึ่งมีอัตราเสี่ยงสูงกว่า

สำหรับการตัดสินใจ “คงดอกเบี้ย” ของ กนง. อาจสะท้อนความระมัดระวัง และมองว่าใช้ตอนนี้ที่มีความไม่แน่นอนสูงจะไม่คุ้ม อีกมุมหนึ่งอาจถูกมองว่า “ช้าเกินไป” ก่อนจะลงมือ อาจจำต้องลดดอกเบี้ยมากกว่าที่จำเป็น และถ้ายึดกรอบเงินเฟ้อเป็นเป้าหมายนโยบายจริง ทำไมจึงยังไม่ปรับดอกเบี้ยให้สะท้อนความจริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...