โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SCBAM ส่งกองทุน SCBDLITE รุกลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก สร้างโฮกาสรับผลตอบแทน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 11.49 น.

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกในช่วงกลางปี 2568 แสดงสัญญาณการเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ โดยสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ภาวะ Soft Landing อย่างระมัดระวัง

นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด 

ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในครึ่งปีหลังหากแรงกดดันเงินเฟ้อคลี่คลาย ซึ่งเปิดโอกาสให้ตลาดตราสารหนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

ขณะที่เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันใหม่จากการปรับลดประมาณการ GDP ปี 2568 ลงโดยหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ อันเนื่องมาจากอุปสงค์ภายนอกที่อ่อนแอ ความเปราะบางของภาคส่งออก และผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ

แม้ภาคการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นภาครัฐจะยังเป็นแรงพยุงหลัก อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ กนง. ปรับลดดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 1.75% และอาจลดลงอีกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ควรเน้นการกระจายความเสี่ยงระหว่างตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ พร้อมจับตานโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อทิศทางเงินเฟ้อและดอกเบี้ย

SCBAM มองเป็นจังหวะเข้าลงทุนสะสมตราสารหนี้ เพื่อล็อคอัตราผลตอบแทน Bond Yield ในปัจจุบัน และเพื่อรองรับสภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวนและหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้

SCBAM จึงเปิด กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Dynamic Bond Lite หรือ SCBDLITE กองทุนตราสารหนี้คุณภาพ ที่มีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกโดยไม่ยึดติดกับดัชนีอ้างอิงใด สามารถปรับพอร์ตลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อกระจายเสี่ยงและหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าได้ในทุกสภาวะตลาด พร้อมเปิดเสนอขายครั้งแรกวันที่ 17 - 23 มิถุนายน 2568 นี้

กองทุน SCBDLITE เน้นลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐ-เอกชนคุณภาพดีระดับ Investment Grade ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เงินฝาก และตราสารอนุพันธ์ โดยใช้การวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) เพื่อเฟ้นหาตราสารหนี้ที่มีมูลค่าน่าสนใจ (Valuation) และ/หรือมีราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน ผ่านการเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทน (Yield) และส่วนต่างของความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Spread) เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มผลตอบแทนให้พอร์ตลงทุน

โดยกองทุนให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องของพอร์ตลงทุน การจัดสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด และการติดตามความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมีการบริหารดูเรชั่นตราสารที่ยืดหยุ่นระหว่าง -5 ปี ถึง 5 ปี และกระจายการลงทุนในระดับประเทศ ภูมิภาค และอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ โดยภาพรวมแล้วในภาวะตลาดปกติ พอร์ตจะมีดูเรชั่นของตราสารที่ประมาณ 3 - 4 ปี และหากตลาดทุนอยู่ในช่วงขาขึ้น (ตลาดกระทิง) และอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มปรับลด กองทุนจะปรับเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตราสารระยะยาวมากขึ้นเพื่อรับประโยชน์จากการปรับตัวของราคา

ในทางกลับกัน หากตลาดมีความผันผวนหรืออยู่ในภาวะขาลง (ตลาดหมี) กองทุนจะปรับลดสัดส่วนตราสารระยะยาวและเพิ่มสัดส่วนตราสารระยะสั้นทดแทน เพื่อรักษาเสถียรภาพของพอร์ตและสร้างผลตอบแทนรวมที่เหนือกว่าตลาดในทุกสภาวะ

ทั้งนี้ จากกระแสตอบรับที่ดีของกองทุน SCBDBOND ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นปี 2567 ด้วยกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้เชิงรุกแบบยืดหยุ่น ซึ่งมีกรอบดูเรชั่นกว้างระหว่าง -10 ถึง 10 ปี โดยปัจจุบันกองทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกว่า 25,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มิถุนายน 2568)

SCBAM จึงได้ต่อยอดความสำเร็จด้วยการเปิดตัวกองทุน SCBDLITE เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนตราสารหนี้คุณภาพที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยมีกรอบดูเรชั่นที่แคบลงเหลือ -5 ปี ถึง 5 ปี เพื่อช่วยจำกัดความผันผวนของมูลค่าหน่วยลงทุนให้ต่ำลง แต่ยังคงมีความคล่องตัวในการปรับพอร์ตและกระจายความเสี่ยงตามสภาวะตลาด

ผ่านการใช้ Scoring Model ที่พิจารณาปัจจัยหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental), การวิเคราะห์เชิงเทคนิค (Trading) และมูลค่าตราสาร (Valuation) ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ด้านอัตราดอกเบี้ยและบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเหมาะสม

จะทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้จากการลงทุนระยะยาว หรือ 12 เดือนขึ้นไป นอกจากนี้ SCBAM ยังมีกองทุนตราสารหนี้ที่ครอบคลุมกรอบระยะเวลาการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดในแต่ละช่วงเวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...