โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เฝ้าระวังโรคในศูนย์พักพิงชายแดน – คุมเข้มหวัดนกกัมพูชา

INN News

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 15.38 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 08.38 น. • INN News

รัฐบาลเฝ้าระวังโรคในศูนย์พักพิงชายแดน – คุมเข้มไข้หวัดนกจากกัมพูชา ป้องกันไข้เลือดออกศรีสะเกษอย่างรัดกุม

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยในสถานการณ์ด้านสุขภาพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่อยู่ในศูนย์พักพิง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รัฐบาล โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงเร่งดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มข้นและรอบด้าน

ในเบื้องต้น ได้มีการจัดส่งวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ลงพื้นที่ศูนย์พักพิง พร้อมทั้งแจกจ่ายหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และเน้นย้ำให้มีการปรุงอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ทุกมื้อ รวมถึงรณรงค์การล้างมืออย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่พบผู้ป่วยโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการแยกตัวออกจากผู้อื่นและนำส่งสถานพยาบาลทันที เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้เฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้หวัดนกในประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิด โดยพบว่ามีผู้ป่วยสะสมในปี 2568 จำนวน 13 ราย เสียชีวิตแล้ว 6 ราย ทั้งหมดติดเชื้อสายพันธุ์ H5N1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์รุนแรง แม้ประเทศไทยจะไม่พบการติดเชื้อไข้หวัดนกในคนมานานกว่า 19 ปี แต่รัฐบาลยังคงใช้มาตรการเชิงรุกภายใต้แนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว” (One Health) โดยประสานความร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อข้ามพรมแดน

สำหรับโรคไข้เลือดออก ซึ่งพบการระบาดสูงสุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงสิงหาคม ปีนี้มีผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศแล้วกว่า 30,000 ราย โดยจังหวัดศรีสะเกษถือเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รัฐบาลได้จัดส่งยาทากันยุง พร้อมสนับสนุนการทำความสะอาดพื้นที่พักอาศัย การจัดการขยะ และการควบคุมสิ่งแวดล้อมในศูนย์พักพิงอย่างต่อเนื่อง เพื่อจำกัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและลดความเสี่ยงของการระบาด

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามสถานการณ์โรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่น RSV ซึ่งพบการระบาดเพิ่มขึ้นในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ขณะนี้ยังไม่พบผู้เสียชีวิต และผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ตามอาการ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...