5 เหตุผลทำไม Gamification Marketing ถึงได้ผลดีในยุคดิจิทัล!
“ความรู้สึกที่อะดรีนาลีนสูบฉีดไปทั่วร่าง ทำให้รู้สึกตื่นตัวแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!”
ทั้งหมดคือเสน่ห์ของ ‘เกม’ ที่พาเราหลุดพ้นจากโลกแห่งความจริง และมอบความรู้สึกสนุกปนหัวร้อนทุกครั้งที่จบเกม จึงไม่แปลกที่คนจำนวนมากเสพติดความรู้สึกเหล่านี้ จนมอบความรักให้แก่เกมในทุก ๆ รูปแบบ ขอแค่มีของรางวัลเป็นเดิมพัน พวกเค้าก็พร้อมจะที่กระโจนเข้าไปร่วมสนุกด้วย
ด้วยจุดเด่นนี้เองที่ทำให้นักการตลาดหัวหมอ เลือกที่จะหยิบเอา “องค์ประกอบของการเล่นเกม” มาประยุกต์ใช้กับการทำการตลาด โดยใช้ชื่อว่า “Gamification Marketing”
Gamification Marketing ถ้าอธิบายง่าย ๆ เลยก็คือการออกแบบกิจกรรมทางการตลาดให้มีลักษณะคล้ายกับการเล่นเกม ไม่ว่าจะเป็น ระบบคะแนน, การจัดลำดับ รวมไปถึงของรางวัลสำหรับผู้ชนะ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกสนุก ลุ้น ตื่นเต้นเหมือนกับกำลังเล่นเกมอยู่นั่นเอง
ซึ่ง Gamification Marketing มักจะถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่เพิ่มยอดขาย ไปจนสร้างการรับรู้ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ผู้คนส่วนมากใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ Gamification Marketing กลายมาเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการทำแคมเปญ และช่วยให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้ตามที่ตั้งไว้
แต่อะไรคือเหตุผลเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านั้นกันแน่? วันนี้ Ad Addictขอนำ 5 เหตุผลทำไม Gamification Marketing ถึงได้ผลดีในยุคดิจิทัล มาฝาก ถ้าพร้อมแล้วก็ตามไปอ่านกันเลยคร้าบ
1. คนยุคนี้ผูกพันกับการเล่นเกม
เชื่อหรือไม่ว่าเกม Console เกิดขึ้นครั้งแรกในยุค 80s และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยจากสำรวจของ Nielsen พบว่า กว่า 68% ของกลุ่มคนยุค 80s นั้นครอบครองเกม Console กว่า 68%
และเมื่อเวลาผ่านไป คนกลุ่มนั้นเติบโตขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จนกลายมาเป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งถึงแม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหน แต่พวกเค้าก็ยังคงโหยหาการเล่นเกม ไม่ว่าจะในรูปแบบใด ๆ ก็ตาม
ไม่ต้องพูดถึงกลุ่มเด็ก Gen Y และ Gen Z ที่ใช้เวลาว่างอยู่กับโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นการเล่นเกมในรูปแบบออนไลน์จึงแทบจะอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว
จึงสามารถสรุปได้ว่า คนยุคนี้มีความผูกพันการเล่นเกมเป็นอย่างมาก ทำให้ Gamification Marketing เป็นการตลาดที่เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
2. คนเสพติดความรู้สึกของผู้ชนะ
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ ‘เกม’ ได้รับความนิยม ก็เพราะมันมีผู้ชนะและผู้แพ้ ซึ่ง Gamification เป็นการใช้หลักการทางจิตวิทยาของ Pavlovที่ใช้สิ่งเร้าในการกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายปฏิบัติตามที่ต้องการ โดยการให้รางวัลหรือลงโทษ ซึ่งทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์จนอยากที่จะเอาชนะ
Gamification จึงมักมีของรางวัล ในการกระตุ้นให้คนร่วมกิจกรรม ยิ่งมีการจัดอันดับ ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกอยากเอาชนะขึ้นมา ตามหลักจิตวิทยาที่กล่าวไป
ยกตัวอย่างเช่น การมอบของรางวัลให้ Top Spender ซึ่งเมื่อเห็นคำว่า Top ก็น่าจะรู้แล้วว่าพวกเขาคืออันดับต้น ๆ ดังนั้นจึงมีคนจำนวนมากที่อยากได้ความรู้สึกของการผู้ชนะ และร่วมกิจกรรมดังกล่าว
3. ช่วยรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว สร้าง Brand Royalty
อีกหนึ่งอุปสรรคของแบรนด์ในยุคดิจิทัลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลได้นั้น คือความยากในการรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว และสร้าง Brand Royalty เพราะทุกคนสามารถที่จะเปลี่ยนใจไปหาแบรนด์อื่น ๆ ได้ตลอดเวลา
ซึ่งการนำเทคนิคการตลาดแบบ Gamification จะช่วยดึงให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ได้นานขึ้น ผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น การสะสมแต้ม ยิ่งซื้อเยอะ ก็จะเพิ่มแต้มในบัญชี และสามารถเพิ่มระดับของสมาชิกได้ ไม่ว่าจะ Gold หรือ Platinum
วิธีการนี้จะช่วยให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ในระยะยาว เพราะเค้าได้สะสมผลประโยชน์ของตัวเองเอาไว้จำนวนมาก หากเปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์อื่น ก็จะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผู้แพ้ในเกม
4. สร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในยุคดิจิทัลแบบนี้ สิ่งที่แบรนด์ควรให้ความสำคัญในการดึงดูดผู้บริโภค คือการสร้าง CXหรือ Customer Experienceที่ดี ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อให้ลูกค้าประทับใจในตัวแบรนด์ และอยากอุดหนุนสินค้า
หนึ่งในหัวใจหลักการสร้าง Customer Experience คือ‘ความสนุก’หากแบรนด์สามารถเปลี่ยนจากการให้ข้อมูลปกติ เป็นกิจกรรมที่สนุกได้ ก็จะช่วยซื้อใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี
ซึ่ง Gamification คือการนำองค์ประกอบของเกม มาเพิ่มความสนุกสนานให้แก่กิจกรรม ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกเชิงบวกกับแบรนด์ และทำให้รับรู้แบรนด์ได้ง่ายขึ้น ผ่านการให้ข้อมูลระหว่างเล่นเกม นอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นยอดขายได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
5. ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า
สิ่งที่ทำให้การซื้อของออนไลน์ในยุคดิจิทัล เสียเปรียบจากการเดินซื้อของแบบออฟไลน์ตามร้านค้าสมัยก่อน คือปฏิสัมพันธ์ระหว่างร้านค้ากับลูกค้าหายไปเนื่องจากลูกค้าสามารถหาข้อมูลของสินค้าเองได้ตามอินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องพูดคุยโดยตรงกับร้านค้า ซึ่งบ้างครั้งก็อาจทำให้ร้านค้าเสียโอกาสทางการตลาดไป
ดังนั้นในยุคดิจิทัล แบรนด์จึงจำเป็นต้องเน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยสามารถนำเทคนิคของ Gamification ในการจัดกิจกรรมสนุก ๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างลูกค้าและแบรนด์ ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขาย และนำไปสู่การสร้างความภักดีของลูกค้าอีกด้วย
ทั้งหมดคือ 5 เหตุผลที่ทำให้ Gamification Marketing กลายเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับผลดีในยุคดิจิทัล ซึ่งเมื่ออ่านมาจนครบ เพื่อน ๆ จะเห็นว่าแกนหลักของกลยุทธ์นี้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็คือ“ความสนุก” ซึ่งเป็นสิ่งที่คนในยุคดิจิทัลโหยหา เนื่องจากพวกเค้าอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเครียด โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต ดังนั้นหากแบรนด์สามารถเข้าใจผู้บริโภค และแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้ ก็จะช่วยทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี