โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ASPS เปิดหุ้นเด่นรับ “น้ำมันลด-นโยบายรัฐ” ชูค้าปลีก-ขนส่ง-เช่าซื้อ-ท่องเที่ยว นำทัพ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ประเมินภาพรวมการลงทุนว่า ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงผ่อนคลายจากภาวะสงคราม หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง "หยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์" ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT และ WTI ร่วงลงอย่างรุนแรงกว่า 10% จนหลุดระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถือเป็นการปรับลงที่แรงที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 การลดลงของราคาน้ำมันได้หนุนให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดการเงิน โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นถึง 2.5% นำโดยกลุ่มเรือสำราญ (CCL +11.2%) กลุ่มการบิน (UAL +7.9%)

และกลุ่มชิปหน่วยความจำ (SNDK +9.9%) อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเตือนว่าสถานการณ์ยังคงมีความเปราะบางและไม่ใช่จุดจบของความขัดแย้ง เนื่องจากอิหร่านยังมีมาตรการห้ามเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้อิสราเอลที่โจมตีเลบานอน ซึ่งอาจทำให้สงครามปะทุและกดดันตลาดได้อีกครั้งหากมีการละเมิดข้อตกลง ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังคงส่งสัญญาณตึงตัว (Hawkish) โดยคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% เพื่อรอดูผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสงครามและอัตราเงินเฟ้อ

การเมืองชัดเจน หนุนตลาดหุ้นไทยแกร่งสวนกระแสโลก

สำหรับตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในปี 2569 ถือว่าทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 225 จุด ล่าสุดยืนอยู่ระดับ 1,486 จุด ปัจจัยขับเคลื่อนหลักไม่ได้มาจากต่างประเทศ แต่มาจากความเชื่อมั่นในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายในประเทศ ปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ การแถลงนโยบายของรัฐบาลในช่วงวันที่ 9-10 เมษายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานราก เช่น โครงการแจกเงินดิจิทัล, การลดหย่อนภาษี (E-RECEIPT), การกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านการอุดหนุนค่าที่พักและการขยายฟรีวีซ่า รวมไปถึงข่าวดีที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประกาศลดราคาน้ำมันดีเซลลง 2.14 บาทต่อลิตรในทุกปั๊ม มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยชะลอเงินเฟ้อและพยุงกำลังซื้อของประชาชนได้อย่างมาก

ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าไทย ชูกลยุทธ์เก็บหุ้น Domestic Play ทิศทางดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงได้หนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น 1.2% มาอยู่ที่ระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ ช่วยเร่งให้กระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทยสูงถึง 1.9 หมื่นล้านบาท และเข้าตลาดหุ้นอีก 2.7 พันล้านบาท

บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนให้เน้นหุ้นที่ฟื้นตัวแรงและได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลรวมถึงต้นทุนพลังงานที่ลดลง ได้แก่

1.กลุ่มขนส่ง-โลจิสติกส์ ได้แก่ AAV, BA, THAI, SJWD รับอานิสงส์เต็มที่จากราคาน้ำมันดีเซลที่ลดลง ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น

2.กลุ่มค้าปลีก-ค้าส่งและโรงแรม ได้แก่ CPALL, CPAXT, CPN, ERW, MINT ได้ประโยชน์จากต้นทุนกระจายสินค้าที่ลดลงและกำลังซื้อที่ฟื้นตัว

3.กลุ่มเกษตรและอาหาร ได้แก่ CPF, CBG, ICHI ต้นทุนการขนส่งและการเกษตรลดลง

4.กลุ่มเช่าซื้อ ได้แก่ MTC, TIDLOR, SAWAD ได้รับเงินหมุนเวียนจากมาตรการอุดหนุนกลุ่มเปราะบาง รวมถึงได้อานิสงส์จากบอนด์ยีลด์ที่ลดลงโดยให้หุ้น CPALL, GULF และ CBG เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน

ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: ฝ่ายวิจัยแนะนำ 2 ธีมเด่นสำหรับการลงทุนต่างประเทศ ได้แก่

1.มหกรรมฟุตบอลโลก FIFA WORLD CUP 2026 (สหรัฐฯ เม็กซิโก แคนาดาเป็นเจ้าภาพ): แนะนำหุ้นกลุ่มเบียร์ ANHEUSER-BUSCH INBEV (ABI BB), เครื่องดื่ม COCA COLA (KO US), แพลตฟอร์มท่องเที่ยว EXPEDIA (EXPE US) และโรงแรม MARRIOTT (MAR US)

2.กลุ่มชิปหน่วยความจำ (Memory): จากการคาดการณ์ของ TrendForce ที่ระบุว่าราคาชิป NAND จะปรับตัวขึ้นถึง 70% QoQ ในไตรมาส 2 แนะนำเก็งกำไรผ่าน DR: SNDK23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...