โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดัดคอแรงๆ จนมีเสียงดัง หายปวดจริง หรือแค่ฟินไปเอง? หมอเก่งมีคำตอบ!!!

แนวหน้า

เผยแพร่ 13 พ.ค. เวลา 17.00 น.

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ หรือ หมอเก่ง ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกมาโพสต์ในหัวข้อ ดัดคอแรง ๆ จนมีเสียงดัง… หายปวดจริง หรือแค่ฟินไปเอง?

โดนมีเนื้อหาระบุว่า “ก๊อก!” เสียงสะบัดคอดังสนั่นกลางออฟฟิศ พร้อมใบหน้าที่ดูผ่อนคลายของคุณเพื่อนร่วมงาน หลายคนเสพติดการ “ดัดคอ”ครับ เพราะรู้สึกว่าพอเสียงดังปุ๊บ ความตึงที่สะสมมาทั้งวันมันหายวับไปทันที บางคนถึงขั้นต้องจ้างคนมาเหยียบ มาดัด หรือให้ร้านตัดผม “บิดคอ” ให้แรงๆ เพราะเชื่อว่ามันคือการ “จัดกระดูก” ให้เข้าที่

แต่ในฐานะหมอกระดูก ผมบอกเลยว่าภาพที่เห็นคนไข้โดนจับบิดคอแรงๆ ในคลิปโซเชียลนั้น ทำให้หมอเสียวสันหลังแทนทุกครั้งครับ เพราะเบื้องหลังเสียง “ก๊อก” นั้น อาจซ่อนอันตรายที่เปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาลได้

วันนี้เรามาคุยกันแบบเปิดใจครับว่า การดัดคอแรงๆ มันช่วยให้หายจริงไหม หรือเรากำลังเล่นตลกกับอัมพาตอยู่?
### ทำไมดัดคอแล้วถึงรู้สึก "โล่ง"?

ก่อนจะไปดูอันตราย เรามาทำความเข้าใจก่อนว่าเสียงที่ดังออกมามันคืออะไร? ในข้อต่อกระดูกคอของเราจะมีน้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อ ซึ่งข้างในมีก๊าซละลายอยู่ครับ (ส่วนใหญ่เป็นไนโตรเจนและคาร์บอนไดออกไซด์)

เมื่อเราดัดหรือบิดคอแรงๆ แรงดันในข้อต่อจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ก๊าซเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นฟองอากาศแล้ว “แตกตัว” ออก จึงเกิดเสียงดังขึ้นมาครับ

ที่สำคัญคือ เมื่อเกิดเสียงดัง ร่างกายจะหลั่งสารที่ชื่อว่า “เอนดอร์ฟิน” (Endorphin) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขออกมาเล็กน้อย ทำให้เรารู้สึกเคลิ้ม โล่ง และผ่อนคลายชั่วขณะ นี่คือเหตุผลที่หลายคน “เสพติด” การดัดคอครับ เพราะมันฟินนั่นเอง!

---
### ความจริงที่น่ากลัว: ความฟินที่มาพร้อมความเสี่ยง

ถึงแม้จะรู้สึกดี แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายเมื่อคุณดัดคอแรงๆ หรือให้คนที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทำ:

1. เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองฉีกขาด: นี่คือสิ่งที่หมอกลัวที่สุดครับ บริเวณกระดูกคอจะมีเส้นเลือดใหญ่ที่วิ่งผ่านช่องเล็กๆ ของกระดูกเพื่อไปเลี้ยงสมองส่วนหลัง การบิดคอแรงๆ หรือผิดจังหวะอาจทำให้ผนังเส้นเลือดฉีกขาด เกิดเป็นลิ่มเลือดไปอุดตันสมอง ทำให้เกิด “อัมพฤกษ์ อัมพาต” ได้ทันที

2. เอ็นยึดข้อต่อหลวม: การดัดบ่อยๆ จะทำให้เอ็นที่ช่วยพยุงกระดูกคอยืดและหลวม พอมันหลวม กล้ามเนื้อก็ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อประคองคอ ผลคือคุณจะกลับมา “ปวดคอเรื้อรัง” หนักกว่าเดิม และต้องดัดถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นวงจรอุบาทว์

3. หมอนรองกระดูกปลิ้น: แรงบิดที่มหาศาลอาจทำให้หมอนรองกระดูกที่เริ่มเสื่อมอยู่แล้ว “ปลิ้น” ออกมาทับเส้นประสาทแบบเฉียบพลัน จากแค่ปวดเมื่อย อาจกลายเป็นชาแขน หรืออ่อนแรงได้ในพริบตา
### ขั้นตอนการตรวจ: ถ้าปวดคอจริง หมอทำอย่างไร?

แทนที่จะเดินเข้าร้านนวดแล้วให้เขาบิดคอ เมื่อมาหาหมอกระดูก เราจะทำแบบนี้ครับ:
- ตรวจการเคลื่อนไหว: ดูว่าข้อต่อไหนที่ “ติด” จริงๆ และข้อไหนที่ “หลวม” เกินไป
- เอกซเรย์ (X-ray): ดูว่ามีกระดูกงอกไปเบียดเส้นเลือดหรือเส้นประสาทไหม เพราะถ้ามีกระดูกงอก การดัดคอคือข้อห้ามเด็ดขาด!
- ตรวจร่างกายอย่างละเอียด: หมอจะเช็กการตอบสนองของระบบประสาทเพื่อให้มั่นใจว่าอาการปวดของคุณไม่ได้มาจากหมอนรองกระดูกที่กำลังจะพัง
-
### แนวทางการรักษาที่ปลอดภัย (แทนการดัดคอแรงๆ)
ถ้าคุณรู้สึก "หนักคอ" จนอยากดัด ลองใช้วิธีที่ยั่งยืนและปลอดภัยกว่าครับ:

1. ยืดกล้ามเนื้อด้วยตัวเอง: การยืดคอช้าๆ ค้างไว้ 15-20 วินาที ช่วยลดความเครียดของกล้ามเนื้อได้ดีกว่าการดัดให้ดัง
2. การบริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรง: เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรง มันจะช่วยพยุงกระดูกคอได้ดี ลดความรู้สึกอยากดัดคอลงไปได้มาก
3. ความร้อนบำบัด: การประคบอุ่นช่วยให้ก๊าซในข้อต่อสมดุลและกล้ามเนื้อคลายตัวโดยไม่ต้องเสี่ยงกับหลอดเลือดฉีกขาด
---
### พยากรณ์โรค: ติดดัดคอแล้ว จะเลิกได้ไหม?

การติดดัดคอเป็นพฤติกรรมที่ปรับเปลี่ยนได้ครับ ส่วนใหญ่ถ้าคนไข้เริ่มออกกำลังกายกล้ามเนื้อรอบคอ (Deep Neck Flexors) ให้แข็งแรง อาการ “ติด” หรือ “กึกกัก” ในคอจะลดลงอย่างชัดเจนภายใน 4-6 สัปดาห์ครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: หากมีอาการหน้ามืด เวียนหัว หรือมองภาพซ้อนหลังจากดัดคอ ให้รีบมาโรงพยาบาลทันที เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองมีปัญหาครับ
---
### สรุป

การดัดคอให้ดัง “ก๊อก” อาจจะให้ความรู้สึกฟินชั่วคราว แต่มัน “ไม่ได้ช่วยรักษาที่ต้นเหตุ” และยังมีความเสี่ยงสูงต่อเส้นเลือดสมองและระบบประสาทครับ

ถ้าคุณรู้สึกปวดคอจนทนไม่ไหว อย่าฝากชีวิตไว้กับกำมือของใครที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ การรักษาที่ถูกต้องอาจจะเห็นผลช้ากว่าการสะบัดคอเพียงวินาทีเดียว แต่มันปลอดภัยและยั่งยืนกว่าแน่นอนครับ
หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือมีความกังวลใจเกี่ยวกับอาการปวดคอ หรือติดพฤติกรรมการดัดคอ ยินดีรับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็นครับ ข้อมูลนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นเพื่อให้ทุกท่านได้ระมัดระวังตนเองและคนใกล้ชิดครับ

### References (แหล่งอ้างอิง)
1. Cassidy JD, et al. (2008). Risk of Vertebrobasilar Stroke and Chiropractic Care. Spine. (สรุป: งานวิจัยขนาดใหญ่ที่ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการบิดดัดคอแรงๆ กับความเสี่ยงเส้นเลือดสมองส่วนหลังตีบ)
2. Puentedura EJ, et al. (2012). Safety of Cervical Spine Manipulation: Are Adverse Events Reportable and Predictable? Journal of Orthopaedic & Sports Physical Therapy. (สรุป: วิเคราะห์ผลกระทบด้านลบของการดัดดึงกระดูกคอที่ทำไม่ถูกวิธี)
3. Haldeman S, et al. (2002). Arterial Dissections Following Cervical Manipulation. Spine. (สรุป: รายงานเคสเกี่ยวกับผนังหลอดเลือดแดงฉีกขาดภายหลังการดัดกระดูกคอ)
4. Bier JD, et al. (2018). Clinical Practice Guideline for Physical Therapy Assessment and Treatment in Patients with Nonspecific Neck Pain. Physical Therapy. (สรุป: แนวทางการรักษาปวดคอที่เน้นการออกกำลังกายและการรักษาที่ปลอดภัยแทนการดัดรุนแรง)
5. Cote P, et al. (2016). The Management of Neck Pain and Associated Disorders. European Spine Journal. (สรุป: ยืนยันว่าการปรับพฤติกรรมและการยืดเหยียดมีความปลอดภัยและได้ผลดีในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...