แฟชั่นทางการทูต เชื่อมสัมพันธ์ไทย-ลาว-โลก ผ่านฉลองพระองค์ร่วมสมัย
18 มีนาคม 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า แฟชั่นทางการทูต “Soft Power” ผ่านการแต่งกาย #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ
ตอนเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีน ก็ทรงแต่งกายทันสมัยแบบที่เป็น “รสนิยมจีนร่วมสมัย” และเมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศฝรั่ง ก็ทรงแต่งกายทันสมัยแบบที่เป็น “รสนิยมแบบชาวตะวันตกร่วมสมัย”
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศลาว ก็ทรงแต่งกายทันสมัยแบบที่เป็น ”รสนิยมของประชาชนลาวร่วมสมัย”
สิ่งนี้เรียกอย่างเรียบง่ายว่า ”การให้เกียรติเจ้าบ้าน“
ในการเสด็จฯ เยือนสปป. ลาว จะเห็นได้ว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ผ้าไหมที่ผสมผสานเอกลักษณ์ท้องถิ่น เช่น การนุ่งผ้าซิ่นที่มีลวดลายและเชิงผ้าแบบลาว รวมถึงการผูกข้อพระกรตามประเพณีบายศรีสู่ขวัญ
ซึ่งเป็น "รสนิยมร่วมสมัย" เพราะไม่ใช่การแต่งกายย้อนยุคแบบโบราณ แต่เป็นการนำวัตถุดิบทางวัฒนธรรมมาตัดเย็บให้เข้ากับยุคสมัย
ในบริบทการเสด็จฯ เยือนจีน หรือประเทศตะวันตกก็ “เป็นสากลและการปรับตัว” โดยเป็นการเลือกฉลองพระองค์ที่สอดคล้องกับรสนิยมของประเทศนั้นๆ (เช่น การใช้ผ้าไหมไทยตัดเย็บในแพทเทิร์นแบบสากล หรือการเลือกสีที่เป็นมงคลตามความเชื่อของเจ้าบ้าน) แสดงถึงความทันสมัย ที่ทรงก้าวทันเทรนด์แฟชั่นโลก และมีความเป็นสากลที่ทรงเป็นตัวแทนประเทศไทยที่พร้อมเชื่อมโยงกับทุกวัฒนธรรม
พระองค์ทรงเป็น Ambassador ด้านศิลปวัฒนธรรมและผ้าไทย โดยทรงแสดงให้เห็นว่าผ้าไทยหรือการแต่งกายแบบภูมิภาคสามารถ "ไปต่อได้" ในระดับสากล ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ดูสวยงามและกลมกลืน
นี่แหละคือ แฟชั่นทางการทูต
“Soft Power” ผ่านการแต่งกาย
ที่เป็น “การสื่อสารที่ไร้เสียง"
โดยใช้การแต่งกายที่ "ถูกที่ ถูกเวลา และถูกรสนิยม" ของแต่ละประเทศนั้น ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ดีเพียงใดโดยไม่ต้องใช้คำพูดสักคำ
ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
- 006