โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อิหร่าน” เดือด! ขู่โจมตีแหล่งพลังงาน 3 ชาติอาหรับ ตอบโต้ “อิสราเอล” ถล่มคลังก๊าซ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 15.46 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อของรัฐบาลอิหร่านได้เผยแพร่แถลงการณ์สำคัญ โดยระบุว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเตรียมดำเนินการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในประเทศกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวได้ระบุเป้าหมายการโจมตีอย่างเฉพาะเจาะจง ซึ่งประกอบไปด้วย โรงกลั่นน้ำมันซามเรฟในซาอุดีอาระเบีย และนิคมปิโตรเคมีจูบาอิล นอกจากนี้ อิหร่านยังได้ข่มขู่ที่จะเข้าโจมตีแหล่งก๊าซอัล-ฮัสซันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตลอดจนโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันในกาตาร์อีกด้วย

สำหรับคำขู่ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้ปฏิบัติการโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันของอิหร่านในบริเวณแหล่งเซาท์พาร์สและอาซาลูเยห์ในวันนี้ ซึ่งแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สนั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างประเทศอิหร่านและกาตาร์ ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่ของอิสราเอลได้เปิดเผยว่า ปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลในครั้งนี้ได้รับการประสานงานร่วมกับทางสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายหลักคือโรงงานก๊าซที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดบูเชห์

ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อทางการอิหร่าน ส่งผลให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ต้องออกประกาศเตือนภัย เพื่อให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่แหล่งผลิตน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์โดยด่วน พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่า สถานที่เหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

ด้าน นายมาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ออกแถลงการณ์ประณามกรณีที่ประเทศอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องของแหล่งก๊าซนอร์ทฟิลด์ของกาตาร์ โดยนายอัล-อันซารีได้กล่าวเตือนว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคถือเป็นการคุกคามต่อความมั่นคงด้านพลังงานของโลกและเสถียรภาพของภูมิภาค พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวเป็น "ย่างก้าวที่อันตรายและขาดความรับผิดชอบ"

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์กล่าวเพิ่มเติมว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไม่เพียงแต่สร้างความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานของโลกเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในภูมิภาค พร้อมกันนี้ได้กล่าวย้ำถึงจุดยืนของกาตาร์เกี่ยวกับความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนเรียกร้องให้มีความพยายามในการลดความตึงเครียดเพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค

ขณะเดียวกัน สื่อของรัฐบาลอิหร่านได้เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะดำเนินการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในประเทศกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยแถลงการณ์ดังกล่าวระบุเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมันซามเรฟในซาอุดีอาระเบีย และนิคมปิโตรเคมีจูบาอิล นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่ว่าจะโจมตีแหล่งก๊าซอัล-ฮัสซันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมทั้งโรงงานปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันในกาตาร์

สำหรับคำขู่ของทางการอิหร่านมีขึ้นหลังจากที่กองทัพอากาศอิสราเอลได้ทำการโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันของอิหร่านในแหล่งเซาท์พาร์สและอาซาลูเยห์ในวันนี้ ทั้งนี้ แหล่งก๊าซเซาท์พาร์สถือเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีการดำเนินงานร่วมกันระหว่างประเทศอิหร่านและกาตาร์ ขณะที่ทางด้านเจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า อิสราเอลได้ทำการโจมตีดังกล่าวโดยมีการประสานงานร่วมกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือโรงงานก๊าซที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านในพื้นที่จังหวัดบูเชห์

ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่ออิหร่าน ส่งผลให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ต้องออกประกาศคำเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากแหล่งผลิตน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ โดยระบุว่าสถานที่เหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...