โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝรั่ง+กอง..เผ่นก่อนใคร

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องจั่วหัวออกไปแบบนี้ ล้วนเป็นผลมาจากรูปแบบการเล่นของต่างชาติกับกองทุนยังมีลักษณะเปิดตูดหนีก่อนใครเพื่อนเป็นประจำ โดยสาเหตุหลัก ๆ ก็มีแค่ไม่กี่อย่าง และแฟนพันธุ์แท้ตลาดหุ้นไทยก็คงรู้ดีว่า เรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจมีผลอย่างมาก และถัดมาก็เป็นเรื่องของสเถียรภาพการเมือง ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องของธรรมาภิบาลของตลาดหุ้นนั้น ๆ พะยะค่ะ

ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้อีฉันมองการขึ้นของดัชนีเมื่อวันก่อน ค่อนข้างผิดธรรมชาติไปจากความจริงเยอะ เพราะของมันเห็นกันทนโท่ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสารพันปัญหา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ และถ้ามองให้ลึกไปอีกนิดหนึ่งจะเห็นว่า เที่ยวนี้ฝรั่งกับกองทุนมาแบบดุดันในเวลาอันรวดเร็ว ต่อจากนั้นก็ทิ้งไปอย่างรวดเร็วเช่นกันนะนายจ๋า

ฉะนั้นการที่ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,417.45 จุด ลบไป 23.40 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.34 หมื่นล้านบาท ย่อมเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อประเมินจากความคิดเห็นของบริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ จะเห็นว่า วิกฤตน้ำมันขาดตลาดเป็นต้นตอที่ทำให้การจับจ่ายใช้สอยหยุดชะงักชั่วคราว ซึ่งตอนนี้มีการพูดกันไปถึงขั้นที่ว่า ผู้คนจะไม่ออกไปไหนอีกแล้ว และได้ยกเลิกเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วยนะจ๊ะ

ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก ๆเพราะทำให้รู้ได้ทันทีว่า เศรษฐกิจไตรมาส 2จะทรุดฮวบ และเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจจะฝืดเคือง “โมนิก้า” ถึงอยากถามตัวนักลงทุนว่า หากสถานการณ์ของประเทศไทยออกมาในรูปดังกล่าว คุณ ๆ ท่าน ๆ ยังจะถือหุ้นต่อไปไหม? หรือจะใช้วิธีขายหุ้นเพื่อโกยกำไรกลับบ้าน แถมช่วงนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าอีกต่างหาก..ป๊อกสองเด้งแบบนี้..ก็รวยระเบิดระเบ้อซิค่ะ

ขนาดหุ้น CPALL ที่หลายคนลงความเห็นว่า ได้ประโยชน์จากทุกสถานการณ์ แต่สุดท้ายก็โดยขายเป็นระยะ ส่งผลให้หุ้นไหลลงจากระดับ 54 บาทมาเรื่อย ๆ จนวานนี้ยืนปิดที่ระดับ 44.25 บาทลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 3.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.93 พันล้านบาทแบบนี้ อีฉันถึงอยากให้แฟนคลับช่วยประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้ เกี่ยวข้องกับความกังวลว่ากำลังซื้อหดจริงหรือไม่?

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น AWC ขึ้นมาทันที เพราะภาพที่เกิดขึ้นกับหุ้นตัวนี้คือ ราคาหุ้นแกว่งตัวในกรอบ 2-2.10บาทมาแล้ว 2 สัปดาห์ ซึ่งหลายคนเชื่อว่า หุ้นโรงแรมจะกลับมาคึกคักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะผู้คนจะออกมาใช้เงินกับการท่องเที่ยวแต่ทันทีที่มีเรื่องน้ำมันขาดตลาดเกิดขึ้น ความหวังก็มลายหายไปในทันที ขณะที่ราคาหุ้นก็ทิ้งตัวลงมาปิดที่ 1.99 บาท ลบไป 0.07 บาท หรือลงไป 3.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 160 ล้านบาทเจ้าค่ะ

อีกรายที่น่าเห็นใจสุด ๆ “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นอาหารน้องหมาน้องแมวอย่าง ITC เป็นรายถัดมา เพราะทันทีมีการเปิดฉากสงคราม ก็ทำให้ข้าวของแพงทั่วโลกแบบนี้ กระทบต่อกำลังซื้อของคนรักสัตว์อย่างแน่นอน แถมเจอเรื่องค่าขนส่งแพงขึ้นเข้าอีกดอก หุ้นถึงร่วงจากระดับ 18 บาทลงมาเรื่อย ๆ แถมวานนี้ถูกขายตลอดทั้งวัน ส่งผลให้หุ้นลงมานอนอยู่ที่ 14.10 บาท ลบไป 0.70 บาท หรือลงไป 4.75%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 83 ล้านบาทแบบนี้..มีโอกาสลงต่อไหมล่ะคะ

เมื่อความกังวลเศรษฐกิจไม่ดีเข้าครอบงำ GLOBAL จึงกลายเป็นหนึ่งในหุ้นหลายตัวที่ถูกขายไม่ยั้งเพราะทุกคนกังวลว่า ไตรมาส 1 ก็ไม่โตแถมไตรมาส 2 ก็ไม่โตวานนี้จึงเป็นอีกวันที่หุ้นถูกขายเป็นระยะ จนหุ้นลงมาปิดโลว์ของวันที่ระดับ 5.90 บาท ลบไป 0.55บาท หรือลงไป 8.55%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 104 ล้านบาทแบบนี้ อีฉันสังหรณ์ใจว่า หุ้นจะลงมายืนที่โลว์แรกที่บริเวณ 5.50 บาทนะซี

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...