ฝรั่ง+กอง..เผ่นก่อนใคร
สาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องจั่วหัวออกไปแบบนี้ ล้วนเป็นผลมาจากรูปแบบการเล่นของต่างชาติกับกองทุนยังมีลักษณะเปิดตูดหนีก่อนใครเพื่อนเป็นประจำ โดยสาเหตุหลัก ๆ ก็มีแค่ไม่กี่อย่าง และแฟนพันธุ์แท้ตลาดหุ้นไทยก็คงรู้ดีว่า เรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจมีผลอย่างมาก และถัดมาก็เป็นเรื่องของสเถียรภาพการเมือง ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องของธรรมาภิบาลของตลาดหุ้นนั้น ๆ พะยะค่ะ
ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้อีฉันมองการขึ้นของดัชนีเมื่อวันก่อน ค่อนข้างผิดธรรมชาติไปจากความจริงเยอะ เพราะของมันเห็นกันทนโท่ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญสารพันปัญหา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ และถ้ามองให้ลึกไปอีกนิดหนึ่งจะเห็นว่า เที่ยวนี้ฝรั่งกับกองทุนมาแบบดุดันในเวลาอันรวดเร็ว ต่อจากนั้นก็ทิ้งไปอย่างรวดเร็วเช่นกันนะนายจ๋า
ฉะนั้นการที่ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,417.45 จุด ลบไป 23.40 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.34 หมื่นล้านบาท ย่อมเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อประเมินจากความคิดเห็นของบริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ จะเห็นว่า วิกฤตน้ำมันขาดตลาดเป็นต้นตอที่ทำให้การจับจ่ายใช้สอยหยุดชะงักชั่วคราว ซึ่งตอนนี้มีการพูดกันไปถึงขั้นที่ว่า ผู้คนจะไม่ออกไปไหนอีกแล้ว และได้ยกเลิกเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วยนะจ๊ะ
ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่ากังวลมาก ๆเพราะทำให้รู้ได้ทันทีว่า เศรษฐกิจไตรมาส 2จะทรุดฮวบ และเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจจะฝืดเคือง “โมนิก้า” ถึงอยากถามตัวนักลงทุนว่า หากสถานการณ์ของประเทศไทยออกมาในรูปดังกล่าว คุณ ๆ ท่าน ๆ ยังจะถือหุ้นต่อไปไหม? หรือจะใช้วิธีขายหุ้นเพื่อโกยกำไรกลับบ้าน แถมช่วงนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าอีกต่างหาก..ป๊อกสองเด้งแบบนี้..ก็รวยระเบิดระเบ้อซิค่ะ
ขนาดหุ้น CPALL ที่หลายคนลงความเห็นว่า ได้ประโยชน์จากทุกสถานการณ์ แต่สุดท้ายก็โดยขายเป็นระยะ ส่งผลให้หุ้นไหลลงจากระดับ 54 บาทมาเรื่อย ๆ จนวานนี้ยืนปิดที่ระดับ 44.25 บาทลบไป 1.75 บาท หรือลงไป 3.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.93 พันล้านบาทแบบนี้ อีฉันถึงอยากให้แฟนคลับช่วยประเมินสิ่งที่เกิดขึ้นเที่ยวนี้ เกี่ยวข้องกับความกังวลว่ากำลังซื้อหดจริงหรือไม่?
ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น AWC ขึ้นมาทันที เพราะภาพที่เกิดขึ้นกับหุ้นตัวนี้คือ ราคาหุ้นแกว่งตัวในกรอบ 2-2.10บาทมาแล้ว 2 สัปดาห์ ซึ่งหลายคนเชื่อว่า หุ้นโรงแรมจะกลับมาคึกคักในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะผู้คนจะออกมาใช้เงินกับการท่องเที่ยวแต่ทันทีที่มีเรื่องน้ำมันขาดตลาดเกิดขึ้น ความหวังก็มลายหายไปในทันที ขณะที่ราคาหุ้นก็ทิ้งตัวลงมาปิดที่ 1.99 บาท ลบไป 0.07 บาท หรือลงไป 3.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 160 ล้านบาทเจ้าค่ะ
อีกรายที่น่าเห็นใจสุด ๆ “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นอาหารน้องหมาน้องแมวอย่าง ITC เป็นรายถัดมา เพราะทันทีมีการเปิดฉากสงคราม ก็ทำให้ข้าวของแพงทั่วโลกแบบนี้ กระทบต่อกำลังซื้อของคนรักสัตว์อย่างแน่นอน แถมเจอเรื่องค่าขนส่งแพงขึ้นเข้าอีกดอก หุ้นถึงร่วงจากระดับ 18 บาทลงมาเรื่อย ๆ แถมวานนี้ถูกขายตลอดทั้งวัน ส่งผลให้หุ้นลงมานอนอยู่ที่ 14.10 บาท ลบไป 0.70 บาท หรือลงไป 4.75%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 83 ล้านบาทแบบนี้..มีโอกาสลงต่อไหมล่ะคะ
เมื่อความกังวลเศรษฐกิจไม่ดีเข้าครอบงำ GLOBAL จึงกลายเป็นหนึ่งในหุ้นหลายตัวที่ถูกขายไม่ยั้งเพราะทุกคนกังวลว่า ไตรมาส 1 ก็ไม่โตแถมไตรมาส 2 ก็ไม่โตวานนี้จึงเป็นอีกวันที่หุ้นถูกขายเป็นระยะ จนหุ้นลงมาปิดโลว์ของวันที่ระดับ 5.90 บาท ลบไป 0.55บาท หรือลงไป 8.55%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 104 ล้านบาทแบบนี้ อีฉันสังหรณ์ใจว่า หุ้นจะลงมายืนที่โลว์แรกที่บริเวณ 5.50 บาทนะซี
โมนิก้าและทีมงาน