โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

"ภัทรพงศ์" สั่งซ่อมน้ำรั่วสนามบินตรังด่วน ย้ำความปลอดภัยผู้โดยสารมาก่อน

Thai PBS

อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 09.32 น. • Thai PBS

จากกรณีที่เกิดเหตุฝนตกหนักรุนแรงในพื้นที่ จ.ตรัง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 พ.ค.2569 จนส่งผลให้เกิดเหตุการณ์น้ำฝนรั่วไหลภายในอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ของท่าอากาศยานตรัง ในบางจุด สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนและผู้ใช้บริการ

ล่าสุด วันนี้ (8 พ.ค.2569) นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม ได้รับรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากกรมท่าอากาศยานแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสั่งการด่วนที่สุดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย และดำเนินการแก้ไขจุดชำรุดบกพร่องในทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ และมาตรฐานความปลอดภัยของผู้โดยสาร

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญของการให้บริการคมนาคมขนส่งคือ "ความสะดวกและความปลอดภัย" ดังนั้น กรมท่าอากาศยาน จะต้องดำเนินการตรวจสอบระบบระบายน้ำของอาคารในทุกจุดอย่างละเอียดและเข้มงวด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติการณ์ในลักษณะนี้ซ้ำอีกในอนาคต

นอกจากนี้ ยังกำชับให้กรมท่าอากาศยาน ยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐาน และระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานตรัง ให้มีความพร้อมรองรับผู้โดยสารตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามายังจ.ตรัง

ในส่วนของรายละเอียดเหตุการณ์ นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ออกมาชี้แจงว่า ปัญหาน้ำรั่วเกิดจากปริมาณฝนที่ตกหนัก เกินกว่าที่ระบบระบายน้ำจะรองรับได้ทันท่วงที ทำให้น้ำไหลซึมเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคาร โดยเฉพาะบริเวณห้องพักผู้โดยสารขาออก 2 จุด บริเวณร้านค้า และสำนักงานบางส่วน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบต่อตารางการบินหรือการให้บริการผู้โดยสารในภาพรวมแต่อย่างใด

ประเด็นที่น่าสนใจคือ อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ระบุชัดเจนว่า งานที่ชำรุดบกพร่องนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากงานก่อสร้างของบริษัทผู้รับจ้างรายเดิม ที่มีพฤติการณ์ทิ้งงาน ซึ่งทางกรมท่าอากาศยานดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยทำการริบหลักประกันสัญญา จากผู้รับจ้างรายดังกล่าวเป็นมูลค่ารวม 53.5 ล้านบาท

เงินจำนวนนี้จะถูกนำมาใช้เป็นงบประมาณในการซ่อมแซม ปรับปรุงระบบระบายน้ำ และแก้ไขโครงสร้างอาคารที่เสียหาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่วิศวกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังอยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหาย และวางแผนงานซ่อมแซมให้รวดเร็วที่สุด

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ท่าอากาศยานตรัง สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติทุกภาคส่วน เที่ยวบินทุกเที่ยวสามารถขึ้น-ลงได้ตามกำหนดการเดิม กรมท่าอากาศยาน ได้กล่าวขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และพร้อมที่จะติดตามตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การให้บริการประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่น และปลอดภัยสูงสุด ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม

อ่านข่าวอื่น :

โครงสร้างอาคารถล่มพื้นที่แหลมฉบัง จ.ชลบุรี มีรายงานผู้บาดเจ็บ 2 คน

ปชป.พร้อมลุยสนาม กทม. เปิดตัวชิงผู้ว่าฯ - สก. 16 พ.ค.นี้

เจออีกแล้ว "ปลากระป๋อง" สส.พรรคประชาชน แฉปลาไม่ตรงปก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

เปิดสถิติ ‘ดินถล่ม’ ความสูญเสียเสี่ยงซ้ำซาก เมื่อ ‘กฎหมาย’ ติดล็อกปิดทางรอด

13 นาทีที่แล้ว

iLaw จี้รัฐบาล เปิดโรดแมปเส้นทางแก้ รธน.60 (12 พ.ค.69) I ตรงประเด็น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘หมอสุภัทร’ จี้ รมว.สธ. ตอบ 4 ปมใหญ่ระบบสาธารณสุข ก่อนลงพื้นที่ รพ.หาดใหญ่ พรุ่งนี้

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อัปเดตราคาน้ำมัน 13 พ.ค. หลังปรับขึ้นดีเซล 80 สต./ลิตร เบนซิน-โซฮอล์เพิ่ม 90 สต./ลิตร

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ภูมิภาค อื่น ๆ

นทท.แห่ล่องเรือ “อ่างห้วยดง เขาหินเหล็กไฟ” รับลมคลายร้อน ชมสัตว์ป่าห้วยขาแข้งคึกคัก

สยามรัฐ

ผู้ว่าฯ สมุทรสาครลุยกำจัดผักตบชวาแม่น้ำท่าจีน สั่งบูรณาการทุกหน่วย เร่งแก้เดือดร้อนประชาชน

สยามรัฐ

รวบ 18 คนไทยพ้นคุกเขมรด่านผักกาด เจอเอี่ยวสแกมเมอร์–หมายจับ 4 ราย

สยามรัฐ

แม่ทัพภาค 4 ถกเข้มเกาะพะงัน คุมปัญหาชาวต่างชาติ–เร่งความปลอดภัยพื้นที่ท่องเที่ยว

สยามรัฐ

ยโสธรยกระดับปศุสัตว์ ตรวจตลาดโค-กระบือบ้านเชียงหวาง เข้มโรคระบาด-คุมราคายุติธรรม

สยามรัฐ

แม่ฮ่องสอนตรวจเข้ม “น้ำยาปริศนา” 50 กล่อง ไม่พบสารเสพติด แต่โยงขนส่งผ่านชายแดนกว่า 200 กล่อง

สยามรัฐ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...